ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน วอน สหรัฐฯ อย่านิ่งเฉย หลังรัสเซียยิงขีปนาวุธ-ส่งโดรนโจมตีหนักใส่ยูเครน จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 10 คน และบาดเจ็บกว่า 60 คนในช่วงข้ามคืน
วันนี้ (25 พ.ค. 68) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัสเซีย โจมตีทางอากาศใส่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน และหลายเมืองของยูเครน เมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งมีการแลกเปลี่ยนเชลยศึกระหว่างรัสเซียและยูเครน
ทางการยูเครนอ้างว่า กองทัพรัสเซียได้ใช้โดรนเกือบ 300 ลำ และขีปนาวุธเกือบ 70 ลูก โจมตียูเครน ซึ่งมากที่สุดเท่าที่สู้รบกันมา 3 ปี การโจมตีครังนี้ของรัสเซียทำให้มีผู้เสียชีวิตในกรุงเคียฟและแคว้นฌือโตเมียร์ถึง 13 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 60 คน
ด้านประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน วอน สหรัฐฯ อย่าเงียบหรือนิ่งเฉย เพราะจะยิ่งทำให้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียได้ใจ
ขณะที่ชาวยูเครนในกรุงเคียฟจำนวนมาก ต้องอาศัยชานชาลาสถานีรถไฟใต้ดินเป็นสถานที่หลับนอน เพราะหวั่นเกรงอันตรายจากการโจมตีของรัสเซีย