อยู่ไม่ไหว ! ชาวบ้านร้อง เจ้าของที่ดินปล่อยเป็นบ่อขยะ ส่งกลิ่นเหม็นเน่านานกว่า 6 เดือน เขตสะพานสูง เตรียมนัดเจรจา 29 พ.ค. นี้
กรณีชาวบ้านภายในซอยราษฏร์พัฒนา 2 เขตสะพานสูง ร้องขอความช่วยเหลือ หลังต้องทนสูดดมกลิ่นเน่าเหม็น จากพื้นที่ส่วนบุคคลหลังบ้าน ซึ่งปล่อยเป็นบ่อขยะ มีรถบรรทุกขนสิ่งปฏิกูลมาเททิ้งทุกวัน ซ้ำยังได้รับผลกระทบเรื่องสุขอนามัย จากการถูกแมลงหวี่-แมลงวัน บินเข้าไปตอมทิ้งไข่สร้างเชื้อโรค จนชาวบ้านท้องเสียไปตาม ๆ กัน ที่ผ่านมาชาวบ้านรวมตัวร้องไปหาหน่วยงานที่เกี่ยงข้องแต่กลับเงียบเฉยไม่ได้รับการแก้ไข
ล่าสุดวันนี้ ( 26 พ.ค.68 ) ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยบริเวณดังกล่าว มีบ้านทั้งหมด 5 หลัง ด้านหลังเป็นที่ดินประมาณ 20-30 ไร่ พบเศษขยะกองเกลื่อน ขณะที่ทีมข่าวลงพื้นที่ ยังพบเห็นรถบรรทุกหลายคนขับรถเข้าออก เพื่อนำขยะมาทิ้งตลอดทั้งวัน
สอบถามนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ผู้ร้องเรียน ให้ข้อมูลว่า ตนมาซื้อบ้านอยู่ที่ซอยนี้ได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้พื้นที่ด้านหลังเป็นป่าปกติ ไม่ได้มีขยะกองเกลื่อนเหมือนปัจจุบัน กระทั่งปลายเดือนธันวาคมปีก่อน สังเกตเห็นรถบรรทุก แอบลักลอบนำขยะมาเททิ้ง ซึ่งชาวบ้านได้ช่วยกันแจ้งไปยังสำนักงานเขตสะพานสูงแล้ว แต่กลับไม่เป็นผล กระทั่งกองขยะเริ่มสะสมเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนกองเป็นเนินเขา ส่งกลิ่นเหม็นเน่า มีแมลงหวี่แมลงวัน บินเข้ามาในบ้านจนหวั่นเกิดการแพร่เชื้อโรค ที่ผ่านมาพยายามติดต่อไปยังเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้มาแก้ไขปัญหา แต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้า ซ้ำยังนิ่งเฉยไม่เข้ามาเจรจาด้วย ที่สำคัญช่วงนี้เข้าหน้าฝน บริเวณรั้วหลังบ้านยังมีน้ำขยะไหลมานองเต็มพื้นจนเหม็นเน่า ชาวบ้านอยากให้เจ้าของพื้นที่เข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงฉีดยาฆ่าแมลง หรือทำสแลมบังให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ทีมข่าว 7HD ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เขตสะพานสูง ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียน ทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งได้มีการนำรถแบคโฮเข้ามาถมดิน โดยพบว่าชั้นด้านล่างเป็นเศษวัสดุก่อสร้าง และเศษขยะอื่น ๆ ปนเปื้อนถูกฝังกลบลงไปทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบทั้งเรื่องกลิ่นและฝุ่นละออง ทางเขตเคยออกคำสั่งระงับการถมดินแล้ว เพื่อให้เจ้าของที่ไปแก้ไขปรับปรุง หากพบว่ายังฝ่าฝืนจะต้องเปรียบเทียบปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้วันที่ 29 พฤษภาคม จะเรียกเจ้าของพื้นที่ และผู้ร้องเรียนทั้งหมดเข้าไปประชุมหาทางออกและวางแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป