สนามข่าว 7 สี - เกาะติดสถานการณ์ความตึดเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แต่เมื่อวานที่ทำเนียบรัฐบาล ก็เดือดไม่น้อยกว่ากัน เมื่อ นายกรัฐมนตรี ถูกนักข่าวจี้ถามถึงการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดน ถูกรุกล้ำอธิปไตยเข้ามากว่า 200 เมตร ทำให้ นายกฯ แสดงสีหน้า อากัปกริยา ขึงขัง ดุดัน กว่าปกติ
เท่าที่ดูจากท่าทีของ นายกฯ ค่อนข้างขึงขัง ต่างจากการตอบคำถามนักข่าวจากหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา มีตอบสวนกลับนักข่าวด้วยว่า ได้ไปดูหน้างานหรือยัง แต่นักข่าวสู้มากเมื่อวาน ก็พยายามประเด็นถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ผู้นำกัมพูชา เรื่องนี้ นายกฯ ไม่ปฏิเสธว่ามีสัมพันธ์อันดี ที่ผ่านมาคุยกันตลอด แต่หากเพื่อนจะมาขอบ้าน คงให้ไม่ได้ พร้อมย้ำว่า "ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด" เตรียมยุทโธปกรณ์ ไว้พร้อมแล้ว
และนักข่าวก็ถามนายกฯ อีกว่า มองยังไง ขณะนี้ มีขบวนการสมคบคิดไทยกับกัมพูชา ในการจุดไฟชายแดน เพื่อหวังผลทางการเมือง ซึ่งพอตอบคำถามนักข่าวเสร็จแล้ว แต่ดูเหมือนว่า นายกฯ ยังคาใจ ถึงกับเอ่ยว่าวันนี้ ทำไมนักข่าวดุจัง โกรธอะไรหรือป่าว
ส่วน นายภูมิธรรม รองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหม เดินทางไปช่วงหลังจากประชุม ครม. เสร็จแล้ว ลงพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์ ก่อนจะมีการหารือ JBC วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายนนี้
ขณะที่ชาวเน็ตฝั่งไทย จับโป๊ะภาพ สมเด็จฯ ฮุน เซน ที่ถ่ายกับศาลาตรีมุข แล้วเคลมว่าตั้งอยู่บนดินแดนของกัมพูชา โดยจริง ๆ แล้ว ศาลานี้ ทหารไทย เป็นฝ่ายสร้างไว้เมื่อ 30 กว่าปีก่อน เพื่อใช้เป็นสถานที่ประสานงานร่วม 3 ประเทศ ไทย ลาว และ กัมพูชา ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จในสื่อออนไลน์ ที่ส่งผลต่อข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา กระทรวงดีอี กำลังเร่งปิดกั้น หากตรวจพบว่าใครเป็นผู้ปล่อยข่าวจะดำเนินคดีทันที
ขณะที่ กรมการปกครอง ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดชายแดน ยึด 4 แนวทางปฏิบัติดูแลความสงบและความปลอดภัยประชาชน พร้อมจัดทรัพยากร กำลังเจ้าหน้าที่สนับสนุน อำนวยความสะดวกทหาร เตรียมแผนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย และแจ้งข่าวสารเพื่อไม่ให้ประชาชน ตื่นตระหนก