ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีที่ตำรวจไปจับกุมสามี-ภรรยา บุกยิงเพื่อนบ้านกระสุนเฉี่ยวหัว รอดตายหวุดหวิด ตอนแรกเหมือนเป็นคดีทะเลาะกันธรรมดา แต่สุดท้ายเรื่องแดง ปมเหตุมาจากทะเลาะกันเรื่องหักเงินซื้อยาบ้า
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บรบือ จังหวัดมหาสารคาม จับนายประยุทธ อายุ 29 ปี และนางขวัญฤดี อายุ 31 ปี สามี-ภรรยาที่บ้านพักใน ตำบลบ่อใหญ่ หลังทั้งคู่บุกไปใช้อาวุธปืนยิง นายสนิด เพื่อนบ้าน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา
ตอนแรก นายสนิด ตั้งใจจะไม่แจ้งความ เพราะเห็นว่าบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ถูกลูกสาวคะยั้นคะยอ เลยต้องไปแจ้งความ บอกกับตำรวจว่า ไม่ได้ถูกยิง แต่ถูก นายประยุทธ ใช้ปืนทุบหัว สาเหตุมาจากภรรยาของ นายประยุทธ ไม่พอใจที่ตนเอง ไปใช้หลานชายไปช่วยจับหมูป่าขาย จึงมีปากเสียงกันจนตนเองโมโหตบหน้าไป 1 ครั้ง
แต่พอสอบ นางขวัญฤดี ผู้ต้องหา กลับกลายเป็นอีกเรื่อง วันเกิดเหตุเธอกับหลานชายบุกไปหา นายสนิด ที่ทุ่งนา ทวงเงินค่ายาบ้า หลังสามีเธอฝากเงิน 500 บาท ให้ นายสนิด ไปซื้อยาบ้า แต่นายสนิด กลับซื้อยาบ้ามาแค่ 2 เม็ด ราคา 100 บาท แล้วเก็บเงินส่วนที่เหลือไว้ จึงเกิดความไม่พอใจมีปากเสียง ก่อนจะถูกนายสนิดตบหน้า เธอเลยไปบอกสามีมาเอาคืน
ล่าสุดตำรวจ ดำเนินคดีแค่เพียง นายประยุทธ สามี 3 ข้อหาคือ บุกรุกเคหสถานฯ, ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ส่วนเมียกันไว้เป็นพยาน ก่อนนำตัวไปค้นหาอาวุธปืนที่บ้านพ่อ นายประยุทธ์ ซึ่งหลังก่อเหตุนำไปซุกซ่อนเอาไว้ โดยเจ้าหน้าที่พบปืนแก๊ป ซุกซ่อนในพุ่มไม้ไผ่หลังบ้าน ก่อนนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม และนำตัวไปฝากขังต่อศาลฯ วันนี้