อดีตพระพรหมเมธี ได้ประกันตัวคดีเงินทอนวัด

View icon 557
วันที่ 6 มิ.ย. 2568 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - คดีใหญ่วงการพระ เมื่อ "อดีตพระพรหมเมธี" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กลับมาสู้คดีเงินทอนวัด หลังขอลี้ภัยไปอยู่ประเทศเยอรมนีนาน 7 ปี วานนี้ก็เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ก่อนได้ประกันตัวออกไป

เป็นนาทีที่ พระจำนงค์ ธัมมจารี หรือ อดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กลับออกไป โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ ต่อสื่อมวลชน หลัง อดีตพระพรหมเมธี พร้อมทนายความ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันฟอกเงิน กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ในคดีทุจริตเงินทอนวัด ปี 2561 ก่อนยื่นประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงิน 400,000 บาท และขอทำคำชี้แจงมาส่งภายหลัง ซึ่งตำรวจก็อนุญาต และขอให้เร่งชี้แจงโดยเร็ว โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ ซึ่งระหว่างที่อดีตพระพรหมเมธี ให้ปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง ก็มีกลุ่มพระสงฆ์ทยอยมาให้กำลัง และไม่ให้สัมภาษณ์ แค่พยักหน้ารับว่ามาเยี่ยมอดีตพระพรหมเมธี เท่านั้น

โดยหลัง อดีตพระพรหมเมธี ประกันตัวไป ก็ไม่มีใครทราบท่านจะไปจำวัดที่ไหน กระทั่งมีเอกสารเผยแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระยายัง ทำหนังสือแจ้ง สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พร้อมรับ อดีตพระพรหมเมธี มาอยู่ที่วัดพระยายัง

มาย้อนดูคดี อดีตพระพรหมเมธี ถูกกล่าวหาเมื่อปี 2557 ช่วงเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ หลัง นายนพรัตน์ ผอ.สำนักงานพระพุทธฯ ขณะนั้น เซ็นเช็คอนุมัติงบประมาณ 5 ล้านบาท มอบให้ นายบุญเลิศ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา แล้วส่งเข้าบัญชีวัดสัมพันธวงศ์ เพื่อใช้ในโครงการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ในช่วงที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดฯ กำลังอาพาธ อดีตพระพรหมเมธี จึงเป็นผู้บริหารจัดการภายในวัดชั่วคราว

แต่กลายเป็นว่า เงินจำนวนนั้นเข้าบัญชีส่วนตัวของอดีตพระพรหมเมธี ไม่ได้นำไปใช้ในโครงการดังกล่าว ก่อนโยกเงินจำนวน 3.5 ล้านบาท เข้า 2 บัญชีของอดีตพระพรหมเมธี ด้วย

ส่วนสาเหตุคดีของอดีตพระพรหมเมธี ล่าช้าถึง 7 ปี หลังคณะศิษยานุศิษย์ พาออกจากไทยทันทีที่มีข่าวค้นวัด ก่อนขึ้นเครื่องบินไปนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และยื่นเรื่องขอเป็นผู้ลี้ภัยในต่างแดน

โดยให้เหตุผลใจความหลัก ๆ อ้างว่ากระบวนยุติธรรมของไทยไม่น่าเชื่อถือ หากกลับไปต่อสู้คดีอาจไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น หนำซ้้ำยังติดขัดเรื่องไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับทางเยอรมนี ด้วย

และช่วง 7 ปี มานี้คดีเงินทอนวัดก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลฯ จนหลายคดีไปถึงศาลฎีกา มีคนถูกตัดสิน มีความผิดจริงถึงขั้นจำคุก เช่น นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ., นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ มือขวาของนายพนม ส่วนกลุ่มของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระชั้นผู้ใหญ่ อย่างน้อย 6 รูป ศาลฎีกาสั่งยกฟ้องทั้งหมด จึงได้รับการโปรดเกล้าฯ คืนสมณศักดิ์ในภายหลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง