เช้านี้ที่หมอชิต - ตามต่อคดีกรณีตำรวจไล่ล่า เอ หัวลาย พ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี แต่ นายเอ กลับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีตำรวจจนรถล้ม แล้วพยายามขัดขืนชักมีดจะแทงตำรวจ ก่อนถูกตำรวจยิงแขนสองข้างบาดเจ็บ พร้อมกับยึดของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่ง วานนี้ พี่ชาย เอ หัวลาย เปิดใจ ชี้ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ อยากขอความเป็นธรรมให้น้องชาย
เรื่องนี้ นายปรีดา หรือ หนึ่ง พี่ชาของนายเอ หัวลาย เปิดใจว่า เหตุที่เกิดขึ้นมองว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ เพราะจากที่ดูคลิปเหตุการณ์ น้องชายยังไม่ได้ชักมีดแทง แต่กลับถูกตำรวจยิงสองนัดที่แขนทั้งสองข้าง
ตนอยากฝากบอกทางตำรวจทั้งสองนายว่า ควรจะระงับเหตุในทางที่ดี ไม่ควรระงับเหตุด้วยการใช้อาวุธปืน ถ้าเป็นญาติหรือลูกหลานตนเองโดนบ้างจะรู้สึกอย่างไร
ส่วนฉายา "เอ หัวลาย" ของน้องชาย เพราะมีรอยสักที่หัว ตอนอยู่ในเรือนจำ จึงได้ฉายานี้มา ตอนนี้อาการของน้องชายสามารถพูดคุยได้แล้ว แต่ยังยกแขนไม่ได้ทั้งสองข้าง
ขณะที่ป้าของนายเอ หัวลาย บอกว่า ตนเองเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิต ก่อนหน้านี้หลานเคยถูกจับคดียาเสพติด พ้นโทษออกมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาพยายามตักเตือนให้เลิกขายยาเสพติด เพราะมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู แต่ก็ยังไม่เลิก ส่วนเรื่องคดี อยากให้ตำรวจชี้แจงเรื่องการใช้อาวุธปืน
ด้าน ผู้กำกับการ สภ.รัตนาธิเบศร์ บอกว่า ประเด็นเรื่องกระทำการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ต้องรอสอบปากคำให้ครบรอบด้านทั้งฝั่งผู้บาดเจ็บ และตำรวจชุดจับกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
วานนี้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เข้าพบ จ.ส.ต.นครินทร์ ปานันท์ และ ส.ต.ต.นัธทวัฒน์ เกตุแก้ว เพื่อให้กำลังใจและมอบเงินสดเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมเผยว่า การตัดสินใจและการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการมีสติ และความพร้อมในการเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน
ส่วนผู้บาดเจ็บ ตอนนี้ได้อายัดตัวไว้ พร้อมแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฎิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย