เวลา 10.50 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาหมู่บ้านปูนะ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการวิจัยและพัฒนาการปลูกชาน้ำมัน และโครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันและพืชน้ำมันอื่น ๆ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมส่งเสริมให้ราษฎรหมู่บ้านปูนะ และหมู่บ้านปางมะหัน ตำบลเทอดไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ปลูกชาน้ำมันและพืชต่าง ๆ ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม จำนวนกว่า 2,000 ไร่ เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ยั่งยืน
ในปี 2567 พื้นที่ตำบลเทอดไทยได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฝนตก ดินสไลด์ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนพื้นที่หมู่บ้านแม่หม้อเสียหาย 14 หลังคาเรือน โครงการได้ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการมอบวัสดุสร้างบ้านและห้องน้ำ โดยซ่อมแซมบ้านเดิม 8 หลัง และย้ายไปสร้างบ้านในพื้นที่ใหม่ 6 หลัง เนื่องจากพื้นที่ปลูกชาน้ำมันได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเช่นกัน ส่งผลให้ผลผลิตเมล็ดชาน้ำมันลดลง มีจำนวนต้นชาน้ำมัน 462,121 ต้น เน้นการคัดชาน้ำมันที่มีลักษณะดี
นอกจากนี้ โครงการได้จัดสรรพื้นที่ป่าใช้สอยให้ดูแลครอบครัวละ 2 ไร่ พร้อมส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาหลากหลาย ความก้าวหน้างานทดลองแปลงชาน้ำมันดอกแดง บริเวณฐานปางหนุน พบว่า Camellia.checkiangoleosa และ Camellia.semiserrata เริ่มมีการออกดอกและติดผล, ในปี 2568 ส่งเสริมการปลูก "ข้าวไร่แซะซามา" แก่เกษตรกร 11 คน ในพื้นที่ 29 ไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิต 14,500 กิโลกรัม เมล็ดพันธุ์ 580 กิโลกรัม พร้อมทดลองปลูกฟักทองญี่ปุ่นแปลงสำนักงานปางมะหัน โดยปลูกแทรกระหว่างแปลงชา ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการปลูกชาอัสสัมในพื้นที่ตำบลเทอดไทยไปแล้วรวม 753 ไร่ 517 ครัวเรือน คาดว่าจะได้ผลผลิตใบชาสด 1,845 ตัน และคาดว่าจะมีรายได้รวม 25 ล้านบาทต่อปี มีเป้าหมายระยะยาวเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม 48,000 บาท/ครัวเรือน/ปี เพิ่มการจ้างงานในพื้นที่
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์หัตถกรรมชุมชนบ้านปูนะ ทอดพระเนตรกิจกรรมหัตถกรรมชุมชน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯ สนองพระราชดำริด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างครบวงจร ควบคู่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างอาชีพเสริมแก่ราษฎรในพื้นที่ผ่านการผลิตงานหัตถกรรม เริ่มดำเนินงานปี 2565 เพื่อให้กลุ่มสตรี ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้มีอาชีพและรายได้ โดยชาวบ้านที่สนใจจะเข้ารับการฝึกอบรมที่โรงงานทอผ้าดอยตุง เมื่อจบหลักสูตรแล้วจึงรับงาน โดยเจ้าหน้าที่จะรับออเดอร์จากดอยตุงแล้วนำมาแจกจ่ายงานให้แก่สมาชิกตามความสามารถ เมื่อชิ้นงานเสร็จครบถ้วนผ่านมาตรฐานโรงงานจะจ่ายเงินให้สมาชิกโดยตรง ถ้าไม่ผ่านจะคืนกลับมาให้สมาชิกแก้ไข ปัจจุบันมีสมาชิก 31 คน จาก 6 หมู่บ้านในตำบลเทอดไทย เช่น บ้านปูนะ บ้านมูซอ และบ้านพญาคา โดยร้อยละ 90 เป็นชาวไทยภูเขาชาติพันธุ์ลาหู่ และร้อยละ 10 เป็นชาติพันธุ์อาข่า ผลิตกระเป๋าและสินค้าหัตถกรรม สินค้าแบรนด์ไทยและแบรนด์ญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่คนในชุมชนตามความถนัด
เวลา 14.29 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโรงเรียนสังวาลย์วิท 8 อำเภอแม่ฟ้าหลวง จัดตั้งตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้รับงบประมาณจากกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดสร้างอาคารเรียนและอาคารประกอบ เปิดสอนปี 2532 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเรียนเมื่อปี 2534 พระราชทานชื่อว่า "โรงเรียนสังวาลย์วิท 8" ปัจจุบัน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 เปิดสอนชั้นเด็กก่อนวัยเรียน ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 105 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนบ้านไกล 39 คน โดยเป็นชนเผ่าอาข่า ลอมิ และอูโล๊ะ มีครู ตชด. 7 คน ครูอัตราจ้าง ครูคู่พัฒนา และครูอนุบาล รวม 5 คน
ด้านการส่งเสริมสุขภาพพบว่านักเรียนมีสมรรถภาพทางกายสมบูรณ์ตามเกณฑ์ บริโภคอาหารได้ถูกต้อง และมีสุขนิสัยที่พึงประสงค์ทุกคน, การเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาการและจริยธรรม ผลคะแนนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผลการประเมินความสามารถการฟัง พูด อ่าน เขียน อยู่ในระดับดีมาก มีการส่งเสริมให้นักเรียนและคนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมชนเผ่าและเผยแพร่การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าอาข่าในงานสำคัญต่าง ๆ วันนี้ ได้จัดการแสดงกระทุ้งกระบอกไม้ไผ่และแคนน้ำเต้า เป็นการแสดงของชนเผ่าอาข่าเฉลิมฉลองหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว ชายและหญิงจะแต่งกายด้วยชุดชนเผ่า เต้นเป็นวงกลมตามเสียงจังหวะดนตรี ปัจจุบันใช้แสดงเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน และสืบทอดสู่เยาวชนเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีให้คงอยู่
ด้านการเกษตรใช้พื้นที่หลังโรงเรียนทำแปลงเกษตร และปศุสัตว์ ปลูกต้นเลือดมังกร โดยสอนให้นักเรียนปักชำขยายพันธุ์ได้แล้ว, กิจกรรมถนอมอาหาร สาธิตการทำรากชูดอง, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนสังวาลย์วิท 8 รวมกลุ่มผลิตกาแฟอาราบีก้าภายใต้แบรนด์ กาแฟลิเช จำหน่ายที่ร้านกาแฟลิเชในชุมชน, โครงการฝึกอาชีพ สอนทำไม้กวาดดอกหญ้า มีปราชญ์ชาวบ้านช่วยถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น เน้นให้นักเรียนลงมือฝึกปฏิบัติจริง ทำให้เกิดความรัก และภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง การดำเนินงานตามพระราชดำริตลอด 38 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงเรียนได้รับการพัฒนา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาการของเยาวชน โดยนักเรียนทุกคนกล้าพูด กล้าแสดงออก สื่อสารและถ่ายทอดสิ่งที่เรียนมาได้ อธิบายและตอบข้อซักถามได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์เป็นทักษะติดตัวใช้เรียนต่อและดำรงชีวิต
ในการนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ที่ออกหน่วยตรวจรักษาโรคทั่วไปและโรคทางทันตกรรมแก่นักเรียน รวมถึงราษฎร รวม 90 คน โรคที่พบมาก คือ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
เวลา 18.33 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ พระตำหนักดอยตุง ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 มีระเบียบวาระ ได้แก่ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาโดยตรงและพื้นที่ข้างเคียง, ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2567 ในด้านต่าง ๆ อาทิ อุทยานศิลปะวัฒนธรรม (ไร่แม่ฟ้าหลวง), งานพัฒนาการศึกษา, งานกิจการเพื่อสังคม
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดิมชื่อ มูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อตั้งขึ้นปี 2515 ด้วยพระราชหฤทัยเชื่อมั่นในความดีและศักยภาพของมนุษย์ และพระราชปณิธานที่จะสร้างโอกาสและทางเลือกในการดำรงชีวิตให้ชุมชนที่ขาดโอกาส เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมงานหัตถกรรม และการศึกษาแก่เยาวชนชาวเขา ต่อมาปี 2528 เปลี่ยนชื่อเป็น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยงานพัฒนาครบวงจรของมูลนิธิ ฯ เริ่มเมื่อปี 2531 ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บนพื้นที่ดอยสูงประมาณ 100,000 ไร่ ที่ถูกแผ้วถางเพื่อปลูกฝิ่น ดำเนินการฟื้นฟูป่าควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขา ปัจจุบัน พื้นที่ป่าอนุรักษ์ของดอยตุงคิดเป็นร้อยละ 70 ของพื้นที่ มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาและดูแลพื้นที่ป่ามาเกือบ 40 ปี