เช้านี้ที่หมอชิต - สถานการณ์โจมตีกันอย่างดุเดือด ระหว่าง "อิหร่าน-อิสราเอล" ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติในเร็ว ๆ นี้ ทำให้รัฐบาลไทยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนให้แรงงานไทยในอิสราเอลเตรียมพร้อมอพยพ
ขณะที่คนไทยในอิหร่านก็กระทบไม่แพ้กัน เพราะล่าสุดสถานทูตฯ แจ้งเตือนให้ออกจากกรุงเตหะราน
ตั้งแต่เช้ามืดเมื่อวานนี้ กองทัพอิหร่านตอบโต้อิสราเอลหนักขึ้น ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลกว่า 20 ลูก แม้ส่วนใหญ่ถูกสกัดไว้ได้ แต่ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน
นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่อิสราเอล โจมตีสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่านในกรุงเตหะราน ส่งผลให้บรรณาธิการข่าว และพนักงานอีก 2 คนเสียชีวิต
ซึ่งมีการเผยภาพผู้ประกาศข่าวของสถานีฯ กำลังรายงานข่าว ก่อนถูกอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่ ก่อนที่ผู้ประกาศต้องลุกออกจากห้องส่งเพื่อเอาตัวรอด ท่ามกลางเศษซากปลิวว่อน และมีฝุ่นฟุ้งกระจาย
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนให้ทุกคนเร่งอพยพออกจากกรุงเตหะรานทันที ทำให้ชาวอิหร่านจำนวนมากรีบเก็บข้าวของ พาครอบครัวเดินทางออกจากกรุงเตหะราน
จนเกิดสภาพรถยนต์นับร้อยคันติดอยู่ตามท้องถนนในเมืองการาจี
ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ออกประกาศออกมา 2 ฉบับ โดยฉบับแรกประกาศให้คนไทยที่มีรถส่วนตัว เดินทางออกนอกพื้นที่กรุงเตหะราน และสามารถไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เมือง Amol หรือไปพักกับญาติพี่น้องที่นอกกรุงเตะรานก่อน
อีกฉบับ คือ สถานทูตฯ ได้ประกาศย้ายที่ทำการชั่วคราวไปที่เมืองคอร์ดาน เพราะบริเวณใกล้กับสถานที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ถูกโจมตีเสียหาย
ด้าน "นายกฯ แพทองธาร" บอกว่า ได้เตรียมพร้อมอพยพแรงงานไทยไว้หมดแล้ว พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงาน และติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูล โดยมีแรงงานไทยที่ลงทะเบียนเกือบ 40,000 คน ซึ่งกองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมของเครื่องบินในการอพยพคนไทยในอิสราเอลแล้ว
ด้านกระทรวงแรงงาน จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติช่วยเหลือประสานงาน คอยดูแลและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ซึ่งหากมีการประสานงานให้อพยพ ศูนย์ปฏิบัติการนี้จะเป็นตัวกลางคอยให้ความช่วยเหลือคนไทยโดยทันที