แจ้งเอาผิด นายกฯ อิ๊งค์ ปมคลิปเสียงคุย สมเด็จฯ ฮุนเซน เข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ

แจ้งเอาผิด นายกฯ อิ๊งค์ ปมคลิปเสียงคุย สมเด็จฯ ฮุนเซน เข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ

View icon 310
วันที่ 19 มิ.ย. 2568 | 14.19 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แจ้งเอาผิด นายกฯ อิ๊งค์ ปมคลิปเสียงคุย สมเด็จฯ ฮุนเซน เข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ พร้อมจี้ ลาออก ดักคอคฝ่ายค้าน อย่าอาศัยจังหวะหาประโยชน์ทางการเมือง เชื่อยุบสภาไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาบ้านเมือง

วันนี้ (19 มิ.ย.68) ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายสมชาย แสวงการ อดีต สว., นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และนายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการกฎหมาย เข้าแจ้งความดำเนินคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา 119 ,120,122,128 และ 129 กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฯ ฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และประธานวุฒิสภากัมพูชา ความยาว 17.06 นาที ซึ่งมีพฤติกรรมล่อแหลมส่งผลทําให้ประเทศชาติเสียหาย

นายสมชาย เปิดเผยว่า พวกตนในฐานะประชาชนที่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ขอเป็นตัวแทนยื่นร้องทุกข์ดำเนินคดีทางอาญา กับ น.ส.แพทองธาร จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฯ ฮุนเซน เนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นประมุขของประเทศ การเจรจาเรื่องข้อพิพาทชายแดนไทยกัมพูชากับสมเด็จฯ ฮุนเซ็น ตามคลิปเสียงความยาว 17.06 นาทีที่ปรากฎขึ้น แม้จะอ้างว่าเป็นเทคนิคการเจรจา ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะเนื้อหาที่พูดกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ พฤติกรรมล่อแหลมส่งผลทําให้ประเทศชาติเสียหาย เป็นความผิดร้ายแรง เข้าข่ายความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา 120-128 จึงอยากให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย

“การกระทำของนายกรัฐมนตรี สุ่มเสี่ยงสูญเสียอธิปไตย และอาจมีการกระทำอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้รับเผยแพร่”

นายสมชาย ให้ความเห็นทางการเมืองว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดส่วนตัวของ น.ส.แพทองธาร ซึ่งต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง หากไม่ลาออกปัญหาจะบานปลาย เพราะเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ต้องถอนตัว ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่อยากให้หลงประเด็นว่าต้องยุบสภา เพราะไม่ใช่ความผิดของ สส. และพรรคฝ่ายค้านเองก็อย่าอาศัยจังหวะนี้หาประโยชน์ทางการเมือง เพราะการยุบสภาจะทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น แม้พรรคประชาชนได้เปรียบในการเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาบ้านเมือง

แต่เราก็ไม่สามารถที่จะยอมให้นายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพราะไม่รู้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบอะไรเพิ่มขึ้นอีกบ้าง และ ไม่รู้ว่าจะมีคลิปเสียงอะไรที่มีการพูดคุยตกลงกันโผล่ขึ้นมาอีก ดังนั้น ตัวนายกรัฐมนตรีจึงต้องเปลี่ยน จะเป็นใครก็ว่าไป แล้วจัดตั้งคณะรัฐบาลใหม่ บ้านเมืองถึงจะเดินต่อไปได้ เพราะถ้าแก้ด้วยการยุบสภา ปัญหาจะยืดเยื้อ จะเกิดรัฐบาลรักษาการ เกิดภาวะวิกฤต ประเทศจมปรัก นำมาสู่การรัฐประหาร ซึ่งฝั่งทหารเองก็คงไม่อยากปฏิวัติ อยากให้การเมืองแก้ปัญหาตัวเอง แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่าประชาชนโกรธทั้งประเทศ

“จากเรื่องคลิปเสียงที่ปรากฎ เกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา ค่อนข้างชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาพลาด มีความผิดตามกฎหมาย ส่วนความผิดอื่นต้องไปยื่น ป.ป.ช. ทั้งนี้ มองว่าจากเรื่องที่เกิดขึ้น คำอธิบายของนายกรัฐมนตรี ฟังแล้วแก้ตัวไม่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการด้อยค่าแม่ทัพภาค 2 เหมือนนายกฯ ตัดหัวแม่ทัพไปบรรณาการฝ่ายตรงข้าม หรือการนำความลับมาตรการต่างๆ ของกองทัพ หรือสภาความมั่นคงระดับชาติไปบอกฝั่งตรงข้าม ถือว่ากระทำผิดชัดเจน แสดงถึงความไม่มีวุฒิภาวะ ถ้าปล่อยให้ทำหน้าที่ต่อ สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน ประชาชน และกองทัพ จะไม่ยอมและอาจนำมาสู่รัฐประหาร ใครทำผิดรับผิด ต้องลาออก อย่าทำให้เรื่องบานปลาย” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) 10.00 น. จะมีการประชุมจากภาคประชาชนที่รักประเทศชาติ เพื่อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก และอาจมีการกำหนดวันนัดชุมนุมใหญ่ของคนไทย เพื่อแสดงเจตนารมย์ปกป้องประเทศ ซึ่งจะมีการนัดแนะสถานที่อีกครั้ง