ชาวบ้านรวมตัวร้องเรียน อดีตกำนันตั้งกองบุญคุณธรรมเพื่อสวัสดิการชุมชน ทำเงินหาย 8 ล้าน สุดงง! ส่งเงินให้ตลอด ญาติเสียชีวิต นำซองเปล่ามาให้
วันนี้ (19 มิ.ย. 68) ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฏหมายและการบังคับคดี อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ชาวบ้าน ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เป็นตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจากชาวบ้านตำบลหนองขวาว อำเภอศีขรภูมิ ยื่นหนังสือต่อณัฐพล พงษ์ปิยานุรัตน์ ประธานคณะกรรมการอัยการภาคประชาชนและคณะกรรมการภาคประชาชนจังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้ดำเนินการกับอดีตกำนันตำบลหนองขวาวกับพวกจำนวน 3 คน และให้ตรวจสอบเงินกองบุญคุณธรรมเพื่อสวัสดิการชุมชน พร้อมกับได้นำเอกสารและระเบียบข้อบังคับกองบุญคุณธรรมฯ รายการเดินบัญชีกองบุญคุณธรรมและรายงานประจำวันรับแจ้งความเป็นหลักฐาน หนังสือร้องทุกข์กับหน่วยงานต่างๆเพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวที่อ้างอิงมาตามหนังสือร้องเรียน
นายธีรวัฒน์ ชาวบ้าน กล่าวว่า กองบุญคุณธรรมดังกล่าว ได้ก่อตั้งมาเมื่อปี 2552 ซึ่งขณะนั้นนายพูน มีตำแหน่งกันตำบลหนองขวาว ได้จัดตั้งกองทุนชื่อว่า"กองบุญคุณธรรม" เพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลหนองขวาวขึ้น โดยมีนายพูน เป็นประธานกรรมการบริหารกองบุญคุณธรรมและมีนายเพ็ชร กับนายแถลงชัย เป็นรองประธานกรรมการบริหารกองทุนคุณธรรม และนายวีรพันธ์ เป็นเลขานุการกองบุญคุณธรรม
ซึ่งทั้ง 4 คน มีหน้าที่บริหารกองบุญคุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลหนองขวาวให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับรับเงินจ่ายเงินเก็บรักษาเงินจัดหาผลประโยชน์และจัดการกองบุญคุณธรรมให้เป็นไปตามระเบียบของกองบุญคุณธรรมและห้ามยกเลิกการดำเนินการจัดสวัสดิการชุมชนหรือยกเลิกกองทุนรูปแบบนี้ (ตามระเบียบข้อที่29) และบุคคลทั้ง 4 ในฐานะคณะกรรมการบริหารกองบุญคุณธรรม ก็ได้ลงลายมือชื่อรับรองระเบียบข้อบังคับที่ได้แจ้งเอาไว้
ในระยะหลายปีที่ผ่านมาทางกองทุนไม่เคยได้ชี้แจงรายรับรายจ่ายให้กับสมาชิกทุกคนได้รับทราบเลย และการเบิกจ่ายก็ไม่ได้ชี้แจงต่อสมาชิก ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่อไปในทางทุจริตหลายรายการและการออมเงินวันละบาทก็ออมกันและได้ส่งให้เป็นประจำทุก 6 เดือน ซึ่งสมาชิกแต่ละคนไม่เคยขาดส่ง ซึ่งรวบรวมกับสมาชิกอีกหลายคน รวมเป็นเงินจำนวน 8 ล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวทุกวันนี้ทางประธานบอกว่าไม่มีและถูกยุบไปหมดเพราะไม่มีเงิน
และการยื่นหนังสือต่อนายณัฐพล พงษ์ปิยานุรัตน์ ประธานคณะกรรมการอัยการภาคประชาชนและคณะกรรมการภาคประชาชนจังหวัดสุรินทร์ในครั้งนี้ ก็เนื่องจากว่าพวกตนเองและสมาชิกจำนวนมากที่เดือดร้อน เวลาส่งเงินก็ส่งได้ตลอด พอญาติเสียและได้รับความเดือดร้อนก็ได้นำซองเปล่ามาให้ต่อหน้าเมรุเผาศพและให้กลุ่มของตัวเองถ่ายบันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐานว่าจ่ายเงินแล้ว และที่ผ่านมาตนเองและสมาชิกต่างได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมศีขรภูมิและได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศีขรภูมิ ซึ่งก็ได้ไปหลายพื้นที่ จนกระทั่งล่าสุดให้ไปไกล่เกลี่ยที่ยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ แต่ผลที่ได้รับกลับมาบอกว่ากองบุญคุญธรรมถูกยุบและยกเลิกไปนานแล้ว
ซึ่งกลุ่มสมาชิกก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครเพราะตนเองและชาวบ้านไม่รู้กฏหมาย เงินจำนวนนับหลายล้านบาทจะให้สูญหายไปเลยก็ไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาทางรัฐบาลก็ได้นำเงินมาสนับสนุนกองบุญคุญธรรมและทาง อบต.ก็ยังได้สนับสนุนมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนเองกับสมาชิกก็ไม่เข้าใจประกอบกับผู้ที่ถูกร้องยังบอกว่าให้ไปร้องที่ไหนก็ไป ถึงจะร้องไปก็ไม่ได้ผลอะไร เพราะกองบุญคุณธรรมยุบแล้ว ทำให้สมาชิกหลายคนต่างบ่นและต่างท้อแท้ที่ได้นำเงินไปจ่ายสมทบทุนกองบุญแล้วกลับไม่ได้อะไรกลับมาเลย
ในการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับประธานคณะกรรมการภาคประชาชนจังหวัดสุรินทร์ในครั้งนี้ ได้มีอัยการและทนายหลายคนออกมารับฟังและหาข้อกฏหมาย ชี้แจงให้กับกลุ่มผู้ร้องได้เข้าใจและหาแนวทางและดำเนินการทางข้อกฏหมายให้กับกลุ่มผู้ร้องโดยให้ผู้ร้องที่เดินทางมาวันนี้ ได้ไปรวบรวมเอกสารที่ทำการเบิกจ่ายและบันทึกประจำวันของ สภ.ศีขรภูมิ ตลอดจนคำร้องที่ได้เดินทางไปถึงศูย์ดำรงธรรมอำเภอและยุติธรรมจังหวัดฯเพื่อที่จะได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดนำมาพิจารณาเพื่อหาทางช่วยเหลือและหาทางออกให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ จะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพร้อมที่จะหาทางช่วยเหลือพี่น้องตามขบวนการยุติธรรมต่อไป ก่อนที่ชาวบ้านจะพากันเดินทางกลับไป