ชายวัย 47 ปี ปั้นน้ำเป็นตัวหลอกตำรวจแจ้งรถหาย สุดท้ายยอมรับหมดปัญญาผ่อน แอบขายนายหน้า

ชายวัย 47 ปี ปั้นน้ำเป็นตัวหลอกตำรวจแจ้งรถหาย สุดท้ายยอมรับหมดปัญญาผ่อน แอบขายนายหน้า

View icon 475
วันที่ 20 มิ.ย. 2568 | 15.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (20 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริพงษ์ อายุ 47 ปี อดีตพนักงานโรงงานชื่อดังแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ว่ารถกระบะ สี่ประตู สีบรอนซ์-ทอง ซึ่งจอดไว้ที่บริเวณห้องพัก ด้านหลังโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยรถคันดังกล่าวได้หายไปเมื่อวันที่ (17 มิ.ย. 68) และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่าสัญญาณ GPS ซึ่งติดตั้งอยู่ในรถไปปรากฏโผล่ริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตร. ให้ช่วยติดตามค้นหา

ต่อมา พ.ต.ท.ปกรณ์ หมื่นสีเขียว สวป. , ร.ต.ท.ธงธวัช พลละคร รอง สว.(สส.) พร้อมกำลัง ตำรวจชุด ฝ่ายป้องกันปราบปรามพิเศษ หรือ ชุด ป.พิเศษ สภ.บางละมุง  ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบ ในคดีโจรกรรมรถ ในพื้นที่ อ.บางละมุง ได้เรียกประชุมทีมชุด ป.พิเศษ อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ตร. ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ปรากฏว่าแนวทางการสืบสวนสอบสวน พบพฤติกรรมผู้แจ้งค่อนข้างมีผิดปกติหลายอย่าง

เนื่องจากผู้เสียหายให้การวกไปวนมา สุดท้ายจึงมีการเชิญผู้เสียหายมาทำการสอบปากคำ โดยใช้เวลาสอบเค้นนานกว่า 2 ชม. สุดท้าย นายศิริพงษ์ ยอมปริปากพูดว่า ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่แต่งขึ้นมา

โดยนายศิริพงษ์ ให้การว่า ปัจจุบันตนเองเป็นคนตกงาน และไม่มีเงิน แถมยังค้างค่างวดรถมานานกว่า 4 เดือน ซึ่งรถยังติดไฟแนนซ์อยู่ 36 งวด หรือ 3 ปี จึงตัดสินใจหานายหน้า เพื่อจะนำรถไปจำนำ แต่ถึงเวลา ปรากฏว่านายหน้า ยอมจ่ายเงินให้ในราคา 330,000 บาท ตอนแรกตนเองเข้าใจว่าเป็นเพียงการจำนำรถเท่านั้น ตนเองจึงยอมตกลงและนำรถไปส่งให้กับนายหน้า  ที่บริเวณถนนคู่ขนานจุดพักรถมอเตอร์เวย์ บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ (19 มิ.ย. 68) ที่ผ่านมา

ล่าสุดตนเองได้แอบดู GPS ที่ติดตั้งในรถ ปรากฏว่ารถไปโผล่อยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตร. คงคิดว่ารถตนเองคงถูกนายหน้า ส่งข้ามไปขายที่ประเทศลาว จึงตัดสินใจแต่งเรื่องเข้าแจ้งความ เพื่อไม่ให้บริษัทไฟแนนซ์ เอาผิดกับตนเอง

ทางด้าย พ.ต.ท.ปกรณ์ หมื่นสีเขียว สวป.สภ.บางละมุง เปิดเผยว่า ในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตร. ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ  นายศิริพงษ์ โดยเตรียมดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ ซึ่งในคดีนี้หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตร. ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเรียกประชุมทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ ลงพื้นที่หาข่าว จนพบว่าคำให้การของผู้เสียหายพิรุธหลายอย่าง จึงมีการสอบปากคำและกดดันให้พูดความจริง สุดท้ายเจ้าตัวก็ยอมรับว่า นำรถไปขายให้กับ กับนายหน้าชาวสปป.ลาว ในราคา 330,000 บาท

ส่วนลดกระบะที่มีการแจ้งความหาย คาดว่าน่าจะถูกส่งข้ามไปยังประเทศลาวแล้ว ซึ่งในคดีนี้ จึงอยากแจ้งเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับบุคคลที่คิดจะแจ้งความเท็จ เพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย จึงไม่อยากให้ใครมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง