เช้านี้ที่หมอชิต - ความเคลื่อนไหวของทางการกัมพูชา หลังจากที่ไทยยกระดับมาตรการจำกัดการผ่านแดนทุกด่านในพื้นที่แนวชายแดน เมื่อวาน (24 มิ.ย.) ก็ไม่ได้มีการตอบโต้ในประเด็นนี้ แต่มีการตอบโต้ประเด็นอื่น ๆ จากโฆษกรัฐบาลกัมพูชาอย่างรุนแรง เกี่ยวกับข้อกล่าวหาของไทย
นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงข่าวตอบโต้อย่างรุนแรงถึงข้อกล่าวหา ซึ่งอ้างว่าเป็นเรื่องเกินจริงจากรัฐบาลไทย โดยประเด็นสำคัญมีทั้งประณามรัฐบาลไทย และกองทัพไทยว่ามีพฤติกรรม "เหมือนเด็ก" ที่ชอบกล่าวหา และโยนความผิดให้กัมพูชาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ
ส่วนกรณีที่ "นายกฯ แพทองธาร" กล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมออนไลน์นั้น โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่าเป็นเรื่องที่น่าละอายที่กล่าวหาเช่นนี้ เพราะเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ก็เกิดขึ้นในประเทศไทยเอง
ส่วนการขู่ตัดอินเทอร์เน็ต และไฟฟ้าเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องข่ายอาชญากรนำไปใช้นั้น โฆษกรัฐบาล บอกว่าเป็นเรื่อง "น่าขัน" เพราะกัมพูชาเป็นฝ่ายตัดการใช้บริการอินเทอร์เน็ต และไฟฟ้าจากไทย
ขณะที่ "สมเด็จฯ ฮุน เซน" อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความคิดเห็นในโพสต์ของตัวเอง โดยอ้างว่าถูกผู้รุกรานเข้าไปรบกวนแม้แต่ในเฟซบุ๊ก และอ้างว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้ดูเหมือนมีเบื้องหลังการจัดตั้งอย่างเป็นระบบจากผู้นำในกรุงเทพฯ
โดยท่าทีล่าสุดของ "สมเด็จฯ ฮุน เซน" เกิดขึ้นหลังจากมีการปลดบล็อก IP จากคนไทยให้สามารถเข้าไปแสดงความเห็นในเฟซบุ๊ก ได้อย่างอิสระ แต่หลังจาก "ทัวร์ลง" ปรากฏว่าเมื่อวานได้บล็อก IP จากคนไทยอีกครั้ง
นอกจากนี้ "สมเด็จฯ ฮุน เซน" บอกอีกว่าภายใน 3 เดือน ไทยจะมีนายกฯ คนใหม่ และแม้ตนเองทราบดีว่าเป็นใคร แต่ไม่ขอเปิดเผยตอนนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายคาดเดา จึงขอให้ท่านทั้งหลาย กลับไปรวบรวมกำลังเพื่อแก้ไขความขัดแย้งภายในประเทศของตัวเอง
ปิดท้ายด้วยความรู้ด้านกฎหมาย นายวีรศักดิ์ โชติวานิช รองเลขาธิการสภาทนายความฯ เตือนให้คนไทยระมัดระวังการแสดงความเห็น เพราะแม้ว่าเจ้าของเฟซบุ๊ก จะอยู่นอกประเทศ แต่สามารถมอบอำนาจให้ใครก็ตามเข้าแจ้งความได้ หากเข้าข่ายหมิ่นประมาท จะกลายเป็นคดีทันที