สนามข่าว 7 สี - ประเด็นการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา เกิดคำถามมาตลอดว่า ใครเจ็บตัวมากกว่ากัน เรื่องนี้ กรมการค้าต่างประเทศ เผยว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าการค้าไทย-กัมพูชา คิดเป็นมูลค่ากว่า 64,000 ล้านบาท ในตัวเลขนี้ไทยส่งออกไปมากถึงกว่า 50,000 ล้านบาท แล้วการปิดด่านใครจะเจ็บตัวมากกว่ากัน
ปิดด่านไทย-กัมพูชา ใครเจ็บตัวมากกว่ากัน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการฯ เผยกับทีมข่าวช่อง 7HD ว่า ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ขยายตัว 11% มากกว่าปีที่แล้ว และหากไม่เกิดปัญหา ตัวเลขจะเติบโตมากกว่านี้
กัมพูชา เป็นคู่ค้าอันดับ 11 ของไทย มีมูลค่ามากกว่าที่ไทยส่งออกไปฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และในยุโรปบางประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของกัมพูชา ภาคการท่องเที่ยวในกัมพูชา คนไทยถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 มากกว่า 1.8 ล้านคน มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท นี่ยังไม่นับรวมภาคแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย ที่ทำงานแล้วส่งเงินกลับประเทศ ซึ่งจากตัวเลขสินค้าที่ไทยส่งออก คือ อัญมณี เครื่องประดับ น้ำมัน น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม อยู่ในมือผู้ประกอบการรายใหญ่ ถือว่าประเทศไทยได้รับผลกระทบไม่มาก เมื่อเทียบกับกัมพูชา ส่วนสินค้าที่กัมพูชาส่งออกมาประเทศไทย อันดับ 1 คือ มันสำปะหลัง เมื่อส่งขายประเทศไทยไม่ได้ ผลกระทบจึงตกถึงประชาชนชาวกัมพูชา
ดร.ธนิต ยังบอกอีกว่า เศรษฐกิจไทยใหญ่กว่ากัมพูชา 11 เท่า กัมพูชาพึ่งพิงไทยสูง ทั้งภาคส่งออก ภาคแรงงาน และการท่องเที่ยว ที่สุดแล้วประชาชนชาวกัมพูชาจะกดดันรัฐบาลของตัวเอง เปิดทางให้เจรจากับรัฐบาลไทย เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ก่อนหน้านี้ นายกฯ แพทองธาร ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมชายแดนภาคอีสาน ครั้งล่าสุดไปที่ จังหวัดสุรินทร์ และวันนี้ นายกฯ มีภารกิจเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ติดตามผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว และปัญหาการค้าขาย, พืชผลทางการเกษตร รวมถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ และไปที่ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ตรงข้ามเมืองปอยเปต ติดตามสถานการณ์แนวชายแดนด้วย
ทูตสหรัฐฯ หนุนไทยปราบอาชญากรรมออนไลน์
เมื่อวาน นาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย และ นายกฯ แพทองธาร ได้เจอกันขณะเข้าร่วมงานเฉลิมฉลอง 249 ปี แห่งวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา โดย เอกอัครราชทูตสหรัฐ ได้เอ่ยถามถึงสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สหรัฐฯ ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และหวังว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะหาทางออกเรื่องนี้ได้อย่างสันติ
และยืนยันว่า สหรัฐฯ พร้อมร่วมมือไทยในประเด็นที่ นายกฯ แพทองธาร ได้ประกาศปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่ง นาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค มองว่าเป็นปัญหาใหญ่ของทั่วโลก มุ่งมั่นร่วมมือกับรัฐบาลไทย และรัฐบาลของทุกประเทศ ด้วย
ส่วนความเคลื่อนไหวของ "สมเด็จฯ ฮุน เซน" อดีตนายกฯ กัมพูชา และประธานวุฒิสภา เมื่อวานปลดบล็อก IP จากประเทศไทยอีกครั้ง โดยเคลื่อนไหวโพสต์คลิปวิดีโอ 2-3 คลิป ทยอยลงโพสต์เว้นระยะเวลาห่างกันสักพักก็ลงโพสต์ใหม่ ซึ่งแต่ละคลิปวิดีโอที่โพสต์ ส่วนใหญ่เป็นคลิปมิวสิกวิดีโอประกอบเพลง แนวปลุกใจ