บาดหมางไม่เลิก ทรัมป์ ขู่เนรเทศ อีลอน มัสก์

View icon 109
วันที่ 2 ก.ค. 2568 | 18.02 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
"ทรัมป์" ขู่เนรเทศ "อีลอน มัสก์" หลังจากมัสก์วิจารณ์ร่างกฎหมายภาษีและงบประมาณของทรัมป์อย่างรุนแรง

สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีน รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าทำเนียบขาวจะต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการเนรเทศอีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าเทสลา (Tesla) หลังจากมัสก์วิจารณ์ร่างกฎหมายภาษีและงบประมาณของทรัมป์อย่างรุนแรง

มัสก์ ผู้มีถิ่นกำเนิดเดิมจากแอฟริกาใต้และปัจจุบันเป็นพลเมืองสหรัฐฯ โพสต์ข้อความวิจารณ์ "ร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม" ของทรัมป์หลายครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมัสก์ชี้ว่าร่างกฎหมายนี้จะเพิ่มหนี้สินของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ตอกกลับว่ามัสก์รู้สึกไม่พอใจเพราะร่างกฎหมายดังกล่าวยกเลิกเครดิตภาษีหรือการลดหย่อนภาษีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า

ร่างกฎหมายงบประมาณของทรัมป์ ซึ่งผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาเมื่อวันอังคาร ครอบคลุมการเพิ่มงบประมาณการป้องกันประเทศ การผลิตพลังงาน และความมั่นคงทางชายแดน โดยทรัมป์บอกเป็นนัยว่ากระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ที่มัสก์ช่วยสร้างเพื่อลดงบประมาณรัฐอาจกลายเป็นอาวุธที่ใช้จัดการกลุ่มบริษัทของมัสก์

ทรัมป์ระบุว่าอีลอนน่าจะได้รับเงินอุดหนุนมากกว่ามนุษย์คนใดในประวัติศาสตร์ บางทีอาจถึงเวลาที่กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมขู่ว่าจะยกเลิกเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่เป็นผลประโยชน์แก่กลุ่มบริษัทของมัสก์ด้วย ด้านมัสก์ขู่ว่าจะลงโทษสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันที่สนับสนุนร่างกฎหมายของทรัมป์

เคลย์ แรมซีย์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ มองว่าความสัมพันธ์ระหว่างมัสก์กับทรัมป์แบ่งเป็นระยะแรกคือมัสก์ยินดีใช้เงิน 250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับการหาเสียงของทรัมป์ ระยะสองคือมัสก์เป็นหุ้นส่วนของทรัมป์ในการสร้างกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลที่เหมือนเป็นรัฐบาลสาขาที่ 4 หาทางหยุดใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องผ่านสภาคองเกรสและกฎหมาย

ส่วนระยะสามคือความไม่พอใจต่อกระทรวงฯ ทำให้ยอดจำหน่ายยานยนต์ของเทสลาตกต่ำโดยที่มัสก์คาดไม่ถึง และระยะสี่คือมัสก์ถอยห่างจากการทำงานที่กระทรวงฯ ก่อนพบว่าบริษัทของเขาเสี่ยงสูญเสียการสนับสนุนอันมีค่าจากเงินอุดหนุนด้านพลังงานสะอาด นี่ทำให้เขาในฐานะนักธุรกิจและไม่ชอบหนี้สินของรัฐบาลเกลียด "ร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม" ของทรัมป์

ขอบคุณภาพจาก : สำนักข่าว Xinhua

ข่าวที่เกี่ยวข้อง