"ปณิธาน" แนะเชิงรุกได้แล้วไทย ใช้กรอบเวทีอาเซียนผ่านประะธาน หรือ มิตรประเทศมีประโยชน์กับไทยและกัมพูชาช่วยดึงกัมพูชาเข้ากรอบ เลิกเดินสายโจมตีไทยเวทีโลก
วันนี้ (7 ก.ค. 68) นายปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ระบุ กัมพูชามีนโยบายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายก็คาดการณ์ว่าไปสหประชาชาติเข้มข้น และเสริมกำลังในพื้นที่ไม่ได้ลดลง แต่มีสัญญาณที่ดีทางการทหารพูดคุยกับกัมพูชาได้มากขึ้นคงได้มีการพบกันในเร็วนี้
ขณะเดียวกันทางการทูตไม่ได้คืบหน้ามากนัก การกำหนดการประชุมต่าง ๆ ยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ ในจังหวะที่เรารอให้มีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น
กรณีที่นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นจังหวะที่กัมพูชา ดำเนินการเชิงรุกมากขึ้นเป็นปัญหาสำคัญในช่วงนี้ แม้การดำเนินการโต้ตอบจะดีขึ้น แต่ไทยมีข้อจำกัดหลายอย่าง และแนวทางโต้ตอบไม่ชัดเจน และอาจมีแรงกดดันจากบางฝ่ายให้ชะลอการโต้ตอบลง
เพื่อให้กัมพูชาตอบรับดีขึ้น ที่เป็นแนวทางของไทยคือไม่โต้ตอบ ดำเนินการทางข้าง เพื่อแก้ปัญหาในทางปฏิบัติจริงๆ แต่ผู้นำกัมพูชา เช่น สมเด็จ ฮุน เซน ยังเดินหน้าเข้มข้นในการโต้ตอบไทยในการสื่อสารสมัยใหม่ทำให้คนไทย ไม่สบายใจ ยังเป็นปัญหาต่อเนื่อง
จากการสำรวจความคิดเห็นคนไทยต่อสมเด็จ ฮุน เซน ก็ชัดเจน เป็นปัญหาสำคัญสุดความสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชา ดังน้้นนโยบายของไทยกับกัมพูชาต้องปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น ที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าดีขึ้นการปฏิบัติในพื้นที่ก็จะดีขึ้น และในพื้นที่ก็คึกคักมีการทยอยเข้าพื้นที่เข้าโบราณสถานที่ที่ยังมีข้อพิพาทในเวทีนานาชาติ ก็เป็นข้อสังเกตต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดกระทบกระทั่งกันส่งสัญญาณไม่เป็นมิตรกัน เป็นปัญหาซ้อนทับกันการจะใช้เวทีอาเซียนช่วยด้านกดดันให้กัมพูชาไปพูดคุยในเวที JBC และ RBC นั้น กัมพูชาได้ใช้เวทีอาเซียนตั้งแต่สัปดาห์แรกที่มีการกระทบกระทั่งและเสียชีวิต
ให้ประธานอาเซียนเข้ามาไกล่เกลี่ยก็ไม่เป็นผล แต่เราน่าจะมีการผลักดันให้ประธานอาเซียนที่หมุนเวียนตอนนี้เป็น มาเลเซีย เข้ามาช่วยแก้ไข ที่ขณะนี้ได้ยื่นข้อมูลให้สหประชาชาติและอาเซียนแล้ว แต่การดำเนินการเชิงรุกประสานงานประธานอาเซียน มิตรประเทศหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ที่มีบทบาทสูงมากในกัมพูชาที่ลงทุนทางการค้า การเมือง การทหารบางส่วน
ที่สำคัญมากคือเวียดนามให้ช่วยประสาทงานให้เรา ที่ผ่านมาในอดีตเคยได้ผลมาแล้วในการพูดคุยกับกัมพูชาแต่ไม่เปิดเผย ว่าได้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ที่เขาไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ เพราะสถานการณ์ในเวียดนามมีนักลงทุนไทยไปลงทุนมากกระทบเศรษฐกิจในเวียดนาม
ดังนั้นควรดึงประเทศที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับไทยและกัมพูชาในอาเซียนหลายประเทศ มาช่วยไกล่เกลี่ย และแก้ไขให้กัมพูชาเข้ามาอยู่ในกรอบทวิภาคี JBC RBC แม้กระทั่งกรอบใหม่ที่ไทยจะเสนอทดแทน mou43และ mou44 ก็สามารถทำได้เชิงรุก ให้กลับมาทำงานกับเรา แทนที่จะเดินหน้าไปโจมตีไทยในเวทีนานาชาติอย่างที่เป็นในขณะนี้