ทหารกัมพูชา เข้าใจผิดรุกล้ำเขตแดน

View icon 136
วันที่ 9 ก.ค. 2568 | 20.05 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - โฆษกกองทัพบก แจงคลิปทหารไทยและทหารกัมพูชาโต้เถียงกัน ที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ชี้ทหารกัมพูชาเข้าใจผิด ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว

ทหารกัมพูชา เข้าใจผิดรุกล้ำเขตแดน
นี่เป็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ ทหารไทยและทหารกัมพูชาโต้เถียงกันระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยมีรายงานว่า ทหารกัมพูชา รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย พยายามขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย ทำให้เกิดการปะทะคารมอย่างดุเดือด โดยทหารกัมพูชาได้ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่ และยั่วยุทหารไทยตลอดเวลา

เรื่องนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 09.00 น. ของเช้าวันนี้ โดยกำลังพล 7 นาย ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับกิจกรรมภายในของหน่วย คาดว่าฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าฝ่ายทหารไทยมีการปฏิบัติต่างไปจากวันปกติ จึงอยากเข้ามาสังเกตการณ์ แต่เมื่อเข้าใกล้พื้นที่มากกว่าขอบเขตที่กำหนด ทหารไทยแสดงตนเข้าชี้แจง และขอให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม จึงเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนทั้งสองฝ่ายจะปรับความเข้าใจกันว่าไม่มีการรุกล้ำเขตแดน สถานการณ์จึงคลี่คลาย

กมธ.การปกครอง ถกปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
ขณะที่วันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการปกครอง เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยผู้แทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยืนยันทางการไทยยังจ่ายไฟฟ้าตามปกติ แต่ทางกัมพูชาหยุดการใช้ไฟฟ้าทุกจุดเอง​ ตั้งแต่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางการไทยทำหนังสือสอบถามไปแล้ว ขณะนี้รอการตอบกลับ หากกัมพูชาตอบกลับว่าจะไม่ใช้ไฟฟ้าก็จะเข้าสู่กระบวนการยกเลิกสัญญา แต่หากไม่ตอบกลับ จะเรียกเก็บค่าใช้ไฟฟ้าขั้นต่ำ ตามสัญญาอยู่ที่ร้อยละ 70

สถิติอาชญากรรมข้ามชาติ ลดลง
ด้าน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยืนยัน ทางการกัมพูชาเป็นฝ่ายตัดไฟฟ้าก่อน จากข้อมูลพบว่าเมื่อไม่ได้ใช้ไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากไทย ทำให้สถิติการก่ออาชญากรรมข้ามชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนการส่งเอกสารเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฯ ฮุน เซน วันนี้ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม บอกเพียงว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเอกสาร

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม
ส่วนความคืบหน้าหลังการประชุมหารือติดตามเส้นทางการเงินเครือข่าย "ก๊ก อาน" ผู้บัญชาการ สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ปปง.ระบุว่า

นอกจากทรัพย์สินจำนวนมาก ที่ยึดได้จากการเข้าตรวจค้นทั้ง 19 เป้าหมาย ยังพบการทำธุรกรรมทางดิจิทัลรวมมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท และยังมีทรัพย์สินอีกจำนวนมากที่ต้องดำเนินการสืบทรัพย์ โดยเฉพาะทรัพย์ที่เป็นเงินสกุลดิจิทัล และทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ เพื่อนำมาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหาย

ส่วนกรณีนางสาวจุรี หรือ "เชอร์รี่" ลูกสาวของ นายก๊ก อาน ที่พบหลักฐานการใช้บัตรประชาชนปลอม เนื่องจากข้อมูลที่พบยังขัดแย้งกัน จึงต้องประสานกับ กรมการปกครอง สืบค้นต่อว่า บุคคลที่มีชื่อในบัตรมีตัวตนอยู่หรือไม่ หรือเป็นการปลอมแปลงเอกสารขึ้นมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง