ข่าวเย็นประเด็นร้อน - นอกจากทหารกัมพูชาจะออกไปยั่วยุทหารไทยตามแนวชายแดนในหลายพื้นที่แล้ว ยังมีการปั่นกระแสโจมตีกล่าวหาไทยว่าทำลายโบราณสถาณ ซึ่งข้อเท็จจริงพบว่าทหารกัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหาร เป็นป้อมปราการทางทหาร แล้วยิงเข้ามาฝั่งไทยในช่วงการสู้รบ
เริ่มกันที่คลิปนี้ ที่ทหารกัมพูชา ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธ ประมาณ 20 นาย เข้ามาบริเวณแนวชายแดนไทย โดยเข้าไปยืนประจัญหน้าใกล้ ๆ กับทหารไทย แต่ไม่มีการปะทะคารมกันหรือเหตุการณ์บานปลาย ก่อนจะถอนกำลังออกไป
ส่วนคลิปนี้ทหารกัมพูชากลุ่มนี้ ที่ลาดตระเวนบริเวณแนวหน้า เข้ามาประชิดแนวรั้วลวดหนามหีบเพลง ทั้งที่มีทหารไทยอยู่ บริเวณพื้นที่ และมีการเดินถือเครื่องยิงระเบิด ชนิด RPG เข้ามายั่วยุทหารไทยอยู่ในพื้นที่แนวหน้ากันต่อเนื่อง
ขณะที่ทหารกัมพูชาล็อตใหม่มีการฝึกใช้อาวุธกับแบบไม่ลดละ โดยระบุว่าเป็นการฝึกซ้อมรบด้วยการใช้อาวุธปืน ขนาด 12.7 มม. ฝึกความแม่นยำอยู่ในสนาม ซึ่งพบว่าเป็นอาวุธปืนใหม่แบบแกะกล่อง และเป็นอาวุธที่สามารถยิงหวังผลได้ในระยะไกล และมีอนุภาพการทำลายล้างสูง ถูกนำมาฝึกยิง ที่เตรียมนำมาใช้ในการปะทะกับทหารไทยในรอบหน้า
ส่วนในพื้นที่ตะเข็บชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่า-เขา ชาวกัมพูชาได้ถ่ายภาพซูมเข้าไปบริเวณแนวหน้าผาหิน แถมระบุตัดพ้อว่า ทหารไทยได้วางแนวรั้วลวดหนามหีบเพลงไว้ตรงแนวตีนเขา ซึ่งเป็นหิน ทำให้ยากต่อการปีนขึ้นไปในพื้นที่
ส่วนพื้นที่บนเขาสูงชัน ทหารกัมพูชาได้ช่วยกันแบกหามลากถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ขึ้นไปบนเขา เพื่อใช้สำรองน้ำในช่วงฤดูแล้ง หลังจากก่อนมีการขนแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นไปหลายพื้นที่
ส่วนที่ปราสาทพระวิหาร สาวชาวกัมพูชา ได้ห่มธงชาติสองมือเธออุ้มสังฆทาน แล้วออกมาพูดด้วยความตกใจ หลังจากไปพบรอยกระสุนปืนจำนวนมากถูกยิงอยู่ที่โบราณสถาน โดยระบุว่า น่าจะมีรอยกระสุนนับหมื่นนัด อยู่กำแพงโบราณสถานแห่งเดียวในพื้นที่ชายแดนที่กัมพูชาถือครองตามมติศาลโลก
ส่วนทหารกัมพูชา หน่วย BHQ ได้นำธงชาติของกัมพูชา ขึ้นสู่เสาในพื้นที่ประสาทเขาพระวิหาร พร้อมกล่าวหาว่าเป็นพื้นที่ซึ่งเป็นการละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศ
ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่ดังกล่าวทหารกัมพูชาใช้เป็นที่ประจำการและเก็บอาวุธซึ่งเรื่องนี้กฎหมายระหว่างประเทศไม่คุ้มครอง เพราะถือว่าปราสาทพระวิหารกลายเป็นป้อมปราการทางทหารไปแล้ว