สนามข่าว 7 สี - ผลการเข้าตรวจค้นเครือข่าย "ก๊ก อาน" ตำรวจได้พยานหลักฐานหลายอย่างชัดเจน มากพอใช้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในล็อตที่ 2 และการออกหมายจับ นายก๊ก อาน ย้ำว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงจริง ๆ
จำคดีของคุณ "ชาล็อต" นางงามชื่อดัง ซึ่งจะพ่วงกับคดีของยายหลานที่ถูกแก๊งเดียวกันหลอก ด้วยพฤติการณ์ขู่บังคับว่าเป็นตำรวจ DSI อ้างว่าเหยื่อเป็นผู้ต้องหาในคดี หากจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ต้องส่งเงินมาตรวจสอบได้ไหม นี่เป็น 1 ใน 3 คดีที่ตำรวจใช้เป็นพยานหลักฐาน ในการขอศาลฯ ออกหมายจับ นายก๊ก อาน คนสนิทของ "สมเด็จฯ ฮุน เซน"
ยังมีคดี หลอกแพทย์ในจังหวัดเชียงราย โอนเงินกว่า 30 ล้านบาท, คดีหลอกลงทุนกาสิโน 300 ล้านบาท ซึ่งคำให้การของคนที่ไปเป็น "บัญชีม้า" และข้อมูลจากสายลับ ชี้ชัดว่าแก๊งคอลเซนเตอร์ตั้งอยู่ในตึก 25 ชั้น, ตึก 18 ชั้น, อาคาร HISO, อาคาร Crown Casino เมืองปอยเปต กัมพูชา
อย่างที่เราเล่าไปเมื่อวานนี้ ยกตัวอย่างอาคาร Crown Casino "นายก๊ก อาน" ซื้อต่อกิจการนี้มาจากคนไทยที่ชื่อ "เฮียตือ" ฉะนั้นเมื่อมีพยานชี้เป้าว่า นี่คือที่ตั้งของแก๊งคอลเซนเตอร์ ก็เท่ากับมัดตัวชัดเจนว่า "นายก๊ก อาน" มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นที่มาของการยื่นตำรวจสากล พิจารณาออกหมายแดง "นายก๊ก อาน"
ถามว่าตำรวจสากลจะทำอะไรได้ ก็ในเมื่อกัมพูชาไม่ได้เป็นหนึ่งในสมาชิกองค์การตำรวจสากล และก็ไม่ได้มีตำรวจสากลในประเทศนั้น ผู้บัญชาการ สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ บอกว่า ถ้าคนที่ถูกออกหมายจับอยู่แต่ในประเทศนั้นตลอดชีวิต ก็เชิญ
ส่วนผลการตรวจค้น 19 จุด ก็ไปเจอหลักฐานหลายอย่าง เชื่อมโยงถึง "ลูก" ของนายก๊ก อาน ที่มีข่าวว่ามีการใช้บัตรประชาชนปลอม เพื่อเข้าครอบครองบ้านอย่างน้อย 15 หลัง เปิดให้ชาวจีนเข้าไปพักอาศัย รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ จำนวนมาก ที่จากการหารือกับ ปปง. เชื่อว่ามูลค่าทรัพย์สินเฉพาะที่เจอ เกิน 1 พันล้านบาท
และที่ยังหาไม่เจอ ทรัพย์สินสกุลดิจิทัล และทรัพย์สินในต่างประเทศอีก ต้องขยายผลอายัดทรัพย์ทั้งหมด เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหายต่อไป แล้วเดี๋ยวรายละเอียดแบบยิบย่อย จะมีการแถลงอีกครั้งช่วงบ่ายโมงวันนี้