ไทยเดินหน้ายุทธศาสตร์ 5 ด้าน ปราบ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์–ค้ามนุษย์” กอ.รมน. หนุนสร้างภูมิคุ้มกันสังคมตั้งแต่ระดับชุมชน
วันนี้ (11ก.ค.68) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. ในฐานะคณะทำงาน ฉก.88 เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยคุกคามอันเกิดจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงของประเทศอย่างกว้างขวาง โดยรัฐได้กำหนดให้เป็นนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน
โดย ฉก.88 ได้ร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) และ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ดำเนินยุทธศาสตร์ (I 2L AI) เพื่อเร่งปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้กำหนดยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย
1) Infrastructure: การทำลายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต
2) Logistics: ตัดวงจรการนำพา เช่น เพจโฆษณาหางาน บัญชีม้า ขบวนการข้ามแดน
3) Law Enforcement: เร่งบังคับใช้กฎหมายและยึดทรัพย์ มุ่งเป้าผู้บงการและเครือข่ายที่ให้การสนับสนุน
4) AI: ใช้เทคโนโลยีควบคุมป้องกันไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านหรือฐานปฏิบัติการ
5) International Community: ผนึกกำลังประชาคมโลก สร้างเครือข่ายความร่วมมือปราบปรามอย่างจริงจัง เพื่อเร่งรัดและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยตั้งศูนย์ War Room ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ขณะเดียวกัน กอ.รมน. โดย ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กอ.รมน. ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในด้านอาชญกรรมข้ามชาติ ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุกควบคู่กัน โดยมุ่งเน้นไปที่การ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อของประชาชน
โดยได้ดำเนินการ อบรม สร้างการรับรู้ และเพิ่มพูนความรู้ด้านภัยคุกคามออนไลน์ ให้กับประชาชน มวลชน และภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนมี ภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัยออนไลน์ และสามารถมีส่วนร่วมในการ เฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และป้องกันตนเอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กอ.รมน. พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุก ร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศเพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและมั่นคงจากภัยคุกคาม โดยเฉพาะภัยออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนและทวีความรุนแรงในปัจจุบัน