ฝ่าวิกฤตศรัทธา สุชาติ เผย พศ.เตรียมออกกฎกระทรวง ห้ามวัดถือเงินสดเกิน 1 แสนบาท ที่เหลือนำเข้าธนาคาร ทำบัญชีแจงรายรับ-รายจ่ายส่งตรวจ บังคับใช้ 1 ต.ค.นี้ พร้อมเร่งคลอด พ.ร.บ.สงฆ์ ภายใน 3 เดือน เอาผิดพระนอกรีต ต้องจำคุกปรับหลักแสน
วันนี้ (14 ก.ค.68) ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา ได้ตั้งกระทู้ถามสดเกี่ยวกับ “วิกฤตศรัทธาในพุทธศาสนา พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่มั่วสีกาทำลายศรัทธาของชาวไทยพุทธ” ว่า จากกรณีปรากฎข่าวพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่มั่วสีกา มั่วสุมยา ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อม โดยเฉพาะกรณี “สีกา ก.” ที่เกี่ยวพันกับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ทำให้เกิดคำถามว่ามีการควบคุมกำกับดูแลของกรรมการมหาเถรสมาคมมากเเค่ไหน พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาล 4 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้วางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกับมหาเถรสมาคมอย่างไร 2. การดำเนินคดีผู้ทำผิดพระธรรมวินัยสามารถทำได้หรือไม่ ทั้งเรื่องการมั่วสีกา และการพัวพันเกี่ยวกับการเงิน 3. ในอนาคตรัฐบาลจะตรวจสอบเงินวัดอย่างจริงจังเมื่อไหร่ และจะแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเงินวัด เพื่อแก้ปัญหาในลักษณะนี้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างไร และ 4.รัฐบาลควรเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองพระพุทธศาสนาได้แล้วหรือไม่ เพื่อกำหนดโทษ หากกระทำความผิดปาราชิก เสพเมถุนหรือเกี่ยวข้องกับการเงิน หรือกระทำความผิดให้เสื่อมเสียทางพระพุทธศาสนามีโทษทางอาญาจำคุกได้หรือไม่
โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตอบกระทู้ดังกล่าวว่า การเกิดวิกฤตศรัทธาของประชาชนต้นเหตุเกิดจากตัวพระสงฆ์ ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ให้นโยบายสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าจะต้องทำงานเชิงรุก เนื่องจากวัดต่างๆที่อยู่ตามชนบทและในเมือง ประชาชนต่างรู้ว่าพระมีการเสพเมถุนหรือมั่วสุมยา แต่สำนักพุทธฯ กลับไม่รู้ หลังจากนี้จึงต้องทำงานเชิงรุกในการหาข่าวจากประชาชนในพื้นที่ พร้อมระบุว่า การควบคุมพระสงฆ์เป็นเรื่องของมหาเถรสมาคม ซึ่งสำนักพุทธฯ เป็นเพียงแค่เลขาฯ ในการรับนโยบายและข้อกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ประกาศเป็นกฎกระทรวง หรือข้อปฏิบัติ ในการบังคับใช้ทั่วประเทศเท่านั้น หลังจากนี้จึงต้องประสานกับมหาเถรสมาคมอย่างใกล้ชิด
ส่วนการดำเนินคดีกับพระที่ประพฤติตัวไม่ชอบตามพระธรรมวินัย หรือที่เรียกว่า “สมี” นั้น ยอมรับว่าปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายใดกำหนดให้เอาผิดพระที่เสพเมถุนหรือมั่วสุมยาได้ หรือแม้แต่สีกาที่ไปเสพเมถุนกับพระก็ยังไม่มีกฎหมายเอาผิดได้ จึงถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ดังนั้น การแก้ไขจึงต้องรีบร่างกฎหมายคณะสงฆ์โดยด่วน เพื่อเพิ่มโทษให้พระสงฆ์ที่ไปเสพเมถุน หรือผิดพระธรรมวินัย โดยต้องได้รับโทษจำคุกหรือปรับตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้แต่สีกาที่เข้ามามั่วกับพระสงฆ์ หรือประพฤติตัวในทางล่อลวง ข่มขู่ก็จะเข้าข่ายความผิดอาญาอื่นๆ ย้ำว่ารัฐบาลจะรีบออกกฏหมาย
ซึ่งขณะนี้มีการร่างกฎหมายแล้ว คาดว่าภายใน 3-4 เดือนนี้จะมีการแก้กฎหมาย ที่อาจจะรวมถึงการเรี่ยไร การบริจาค โดยเฉพาะการบริจาคหรือเรื่องการเงินของวัด ขณะนี้มหาเถรสมาคมได้ออกเป็นระเบียบ กฎกระทรวงแล้ว ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ 1 ต.ค.นี้ โดยกำหนดว่าหลังจากนี้ต่อไป ทุกวัดที่มีเงินบริจาค จะต้องนำเงินบริจาคเข้าสู่บัญชีธนาคารในพื้นที่ที่วัดตั้งอยู่ โดยเฉพาะวัดห้ามถือเงินสดเกิน 100,000 บาท เงินที่เหลือต้องนำเข้าบัญชีทั้งหมด ดังนั้น ในทุกเดือนทุกวัดต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้กับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และจะควบคุมการใช้เงินรายรับรายจ่ายของวัดอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าจะแก้ไขได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากต้นเหตุวิกฤตศรัทธาหรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ชอบของพระสงฆ์เกิดจากทรัพย์สิน ทั้งนั้น ย้ำว่าจะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด