พิชัย เล็งยื่นข้อเสนอภาษี 0% สินค้าบางรายการกับสหรัฐฯ อัด Soft Loan  2 แสนล้าน เยียวยาธุรกิจที่กระทบ

พิชัย เล็งยื่นข้อเสนอภาษี 0% สินค้าบางรายการกับสหรัฐฯ อัด Soft Loan 2 แสนล้าน เยียวยาธุรกิจที่กระทบ

View icon 128
วันที่ 14 ก.ค. 2568 | 16.21 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ภาษีทรัมป์ยังไม่จบ พิชัย เตรียมยื่นข้อเสนอภาษี 0% สินค้าบางรายการ พร้อมอัด Soft Loan  2 แสนล้าน เยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ชี้ หากยุบสภากระทบเจรจา ยัน ไม่ใช้เงื่อนไขความมั่นคง

วันนี้ (14 ก.ค.68) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยถึงความคืบหน้าการเจรจามาตรการภาษีของสหรัฐฯ ว่า การเจรจาดำเนินมากว่า 100 วัน ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน แต่รัฐบาลไทยมีคณะทำงานติดตามสถานการณ์ในสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยอาศัยบทเรียนจากการเจรจากับประเทศอื่น เพื่อเสริมแนวทางของไทยให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ในระยะยาว โดยในรอบนี้ ไทยเตรียมเสนอรายการสินค้าที่มีศักยภาพส่งออกสูง เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และพลังงาน เพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าให้เหลือ 0% ในสินค้าบางรายการ เช่น ลำไย ปลานิล หรือรถยนต์พวงมาลัยซ้าย แต่ยืนยันไม่กระทบกับตลาดในประเทศ เพราะไม่ได้มีการนำเข้าจริง ซึ่งไทยได้ลดภาษีในข้อตลกลงเขตการค้าเสรี หรือ FTA ไปแล้ว

ยอมรับว่า การเจรจาต้องใช้ระยะเวลาและมีความยาก ไม่สามารถจบได้โดยเร็ว โดยประเทศไทยจะต้องดูความต้องการของสหรัฐฯ เพื่อนำมากำหนดมาตรการรับมือ โดยสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ คือ เพิ่มรายได้ภาครัฐผ่านการจัดเก็บภาษี ลดรายจ่าย ลดการขาดดุล ซึ่งจากจดหมายฉบับสุดท้ายคือต้องการลดการขาดดุล โดยเปิดตลาดให้สหรัฐฯ เข้าขายสินค้าในไทยมากขึ้น ระหว่างการเจรจาจะต้องพิจารณาว่าจะกระทบประเทศที่ 3 หรือไม่ โดยจะต้องวางหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องและต้องรักษาผลประโยชน์อย่างยั่งยืน ส่งเสริมการค้ากับสหรัฐฯ เช่น เกษตรแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และนำเข้าพลังงาน ทั้งนี้ หากมีการยุบสภาจะกระทบกับการเจรจาในบางส่วน เพราะบางเงื่อนไขจะต้องผ่านวาระของสภา

ขณะนี้กังวลเรื่องการสวมสิทธิ์สินค้า เพราะสหรัฐฯ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะกำหนดการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยที่สัดส่วนเท่าไหร่ โดยคาดว่าจะสูงที่สัดส่วน 60-80% จากปัจจุบันที่ไทยกำหนดไว้ที่ 40% เท่านั้น ซึ่งอาจไม่ได้ทำให้ไทยเสียเปรียบเวียดนามมากนัก เนื่องจากประเทศเวียดนามมีสัดส่วนการสวมสิทธิ์สินค้าจากประเทศอื่นสูงกว่าไทย รวมถึงสหรัฐฯ อาจกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบจากประเทศที่ 3 ด้วย

ดังนั้น ไทยจึงต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเตรียมวงเงิน 2 แสนล้าน เยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนำวงเงินจากธนาคารรัฐ สัดส่วนจากธนาคารออมสินเป็นส่วนใหญ่ ส่วน ธอส. จะเน้นเรื่องช่วยเหลือบ้าง ธ.ก.ส. จะเน้นช่วยเหลือภาคการเกษตร แต่สัดส่วนซอฟต์โลนจะใช้จากธนาคารใดนั้นจะต้องรอสหรัฐฯ ประกาศกรอบอัตราภาษีที่จะเก็บจากไทยอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องเตรียมมาตรการเพิ่มเติมเข้ามารองรับ โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากแต่ละภาคส่วนเพื่อให้มาตรการมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างตรงเป้าหมาย ซึ่งวันนี้ (14 ก.ค.68) ภาคเอกชนได้ทยอยส่งข้อมูลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และได้นำมาพิจารณาเพื่อประเมินการแก้ไขปัญหาในแต่ละภาคธุรกิจ ส่วนข้อเสนอใหม่ที่ไทยจะยื่นไปสหรัฐฯ จะมีข้อเสนอเกี่ยวกับความมั่นคงด้วยหรือไม่ นายพิชัย ระบุว่า ไม่มีเงื่อนไขอื่นๆ ที่นอกเหนือจากด้านเศรษฐกิจ จะต้องมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกรณีที่ไทยนำข้อเสนอความมั่นคงมาเป็น 1 ในข้อเสนอเจรจากับสหรัฐฯ อาจทำให้จีนออกมาประกาศว่าจะขึ้นภาษีกับไทยเช่นเดียวกันนั้น นายพิชัย มองว่า เรื่องนี้ ยังไม่น่ากังวล เพราะไทยยังไม่ได้ใช้ประเทศใดมาเป็นเงื่อนไขการเจรจากับสหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง