สำนักพระพุทธศาสนา จ.นนทบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริง อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง นนทบุรีดอดจำนองที่ดินวัด 5 ล้านบาท

สำนักพระพุทธศาสนา จ.นนทบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริง อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง นนทบุรีดอดจำนองที่ดินวัด 5 ล้านบาท

View icon 592
วันที่ 16 ก.ค. 2568 | 15.59 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง “นนทบุรี” ดอดจำนองที่ดินวัด 5 ล้านบาท ไม่มีเงินไถ่ปล่อยหลุด ชาวบ้านรู้อีกทีมีป้ายปักขาย 30 ล้านบาท ล่าสุด สำนักพระพุทธศาสนา จ.นนทบุรี ลงพื้นที่พบเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้ว

จากกรณีชาวบ้านร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ดินของวัดบางแพรก ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เรื่องทึ่ดินวัดหลุดจำนองหลังอดีตเจ้าอาวาสรูปเก่า นำโฉนดที่ดินของวัดไปจำนองกับนายทุนไว้ ก่อนที่ที่ดินดังกล่าวจะตกเป็นของนายทุนรายนี้ไป หลังเกิดเรื่องอดีตเจ้าอาวาสได้ชิงลาออกจากวัดไป เนื่องจากไม่สามาถหาเงินมาไถ่ถอนที่ดินดังกล่าวกลับคืนมาให้วัดได้ เหตุเกิดเมื่อปี 2555

คืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ก.ค.68 นายวุฒิวิวัฒน์ ศุภนิมิตวงศ์ นักวิชาการศาสนาชำนาญกาญพิเศษ สำนักพระพุทธศาสนา จ.นนทบุรี พระมหาอนุสรณ์ ปัญญาสิริ เลขาเจ้าคณะอำเภอบางบัวทอง เดินทางชงตรวจสอบที่ดินดที่ติดกับหลังวัดบางแพรก พร้อมตรวจสอบรายละเอียดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อดูว่าการโอนกรรมสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ โดยให้ยึดตามหลักกฏหมาย ซึ่งหลังจากนึ้จะประสานเจ้าคณะปกครองสงฆ์ เพื่อให้ดำเนินการต่อไป 
   
นายวุฒิวิวัฒน์ ศุภนิมิตวงศ์ นักวิชาการศาสนาชำนาญกาญพิเศษ สำนักพระพุทธศาสนา จ.นนทบุรี กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายจาก จากผอ. สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี เพื่อมาประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าอาวาสวัดบางแพรก กรณีที่ที่ดินที่อดีตเจ้าวาส มีการเอาไปจำนองโดยใช้เงินของวัดในการซื้อที่ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเงินที่ซื้อที่ดินดังกล่าว เป็นเงินของวัดหรือเงินส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาส นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบหลักฐานโฉนดที่ดิน ว่าในโฉนดเป็นชื่อของวัดหรือชื่อของผู้ใด เบื้องต้นทางคณะผู้ปกครองสงฆ์ ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบ ข้อเท็จจริงในเรื่องเอกสารต่างๆ สำหรับการโอนที่วัดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มันต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติ ไม่สามารถโอนได้แบบทั่วไป ซึ่งหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงทางด้านเอกสารต่างๆแล้วจึงจะสามารถสรุปการดำเนินการได้ต่อไป ส่วนจะสามารถฟ้องร้องเอาที่ดินดังกล่าวคืนได้หรือไม่ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโดยทางสำนักพระพุทธศาสนาจะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้
  
เบื้องต้นตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 34 การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์หรือที่ศาสนสมบัติกลางให้กระทำได้ก็แต่โดยพระระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีตามวรรคสอง การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสนสมบัติกลาง ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เมื่อมหาเถรสมาคมไม่ขัดข้อง และได้รับค่าผาติกรรมจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานนั้นแล้ว ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกาห้ามมิให้บุคคลใดยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ* แล้วแต่กรณี ในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง มาตรา 35 ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่ศาสนสมบัติกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง