ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อคืนนี้ รัฐบาลได้เจรจาต่อรองขอปรับลดภาษีนำเข้าสินค้า กับทางสหรัฐอเมริกาแล้ว ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนออกมา ขณะที่กูรูด้านเศรษฐกิจ ห่วง หากปิดดีลไม่ลงตัว หวั่นนักลงทุนจะย้ายฐานหนีไปเวียดนาม และ อินโดนีเซีย
ต่อรองลดภาษีสหรัฐฯ อีกรอบ เมื่อคืนนี้
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยความคืบหน้า การเจรจาต่อรองภาษีสหรัฐฯ ว่า เมื่อคืนนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ ได้นำข้อเสนอ ลดภาษีนำเข้าสินค้าให้สหรัฐเป็น 0% ในสินค้าหลายหมื่นรายการ และข้อเสนออื่น ๆ ไปหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ คาดว่าอาจจะยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน และจะต้องมีการหารือกันต่อเนื่อง
ทีมข่าวของเราตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ แต่ละปี พบว่า ไทยนำเข้าสินค้า คิดเป็นมูลค่ากว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงที่สุดคือน้ำมันดิบ รองลงมาเป็นเครื่องจักรกล ขณะที่สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากไทยปีละไม่ต่ำกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย หวั่น หากประเทศไทยยังคงถูกเรียกเก็บภาษีที่ 36 % นักลงทุนอาจจะย้ายฐานไปเวียดนาม หรือ อินโดนีเซีย ซึ่งถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีถูกกว่าเรามาก
ดีลภาษีสหรัฐฯ ไม่ลงตัว หวั่นนักลงทุนหนี
และหากไทยถูกเรียกเก็บภาษี 36 % การส่งออกสินค้าจะติดลบ ส่วนจีดีพีปี 2568 จะโตไม่ถึง 1.5 % โดยมองว่า หากไทยถูกเก็บไม่เกิน 25 % ยังอยู่ในเรตที่สามารถบริหารจัดการได้ เพราะใกล้เคียงเวียดนาม และอินโดนีเซีย