วันนี้ (23 ก.ค. 68) พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง.ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วย พ.ต.ท.วีระ สุขชนะ สว.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ธนุส วิสุทธาภรณ์ สว.สส.สภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมนายพีรพัฒน์ อายุ 15 ปี พร้อมด้วยของกลางเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ (11 ก.ค.68) ที่ผ่านมา ได้มีพระนิรัญ อายุ 47 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ว่ามีคนร้ายก่อเหตุงัดตู้รับบริจาคซึ่งภายในมีเงินสดที่รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ประมาณ 30,000 บาท ซึ่งตู้บริจาคดังกล่าววางอยู่บริเวณด้านหน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตร. สืบสวน สภ.คลองหลวง ได้มาตรวจสอบรายละเอียดกล้องวงจรปิดทราบรายละเอียดว่าเมื่อวันที่ (10 ก.ค. 68) เวลาประมาณ 23.20 น. ได้มีคนร้ายเป็นชายจำนวน 2 คน ได้จอดรถจยย. ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนไว้ที่โดมหลังวัด
จากนั้นทั้งสองคนได้เข้ามาก่อเหตุงัดตู้บริจาคดังกล่าวและได้วิ่งออกจากวัดไปขึ้นรถจยย. และได้ขี่หลบหนีไป โดยที่วัดแห่งนี้ถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุจำนวน 3 ครั้ง ได้แก่วันที่ 10,14 และ 17 ก.ค. 68
หลังจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วจึงทราบผู้ก่อเหตุเป็นใครจึงได้ประสานผู้ปกครองนำตัวผู้กระทำความผิดมาสอบสวน ส่วนเพื่อนที่ร่วมกระบวนการกระทำความผิดที่ยังไม่เข้ามามอบตัวก็จะได้ประสานผู้ปกครองให้เอาตัวมามอบตัวให้กับตำรวจอีกครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อายุ 15-16 ปี
โดยนายพีรพัฒน์ อายุ 15 ปี ผู้ก่อเหตุ ให้การว่าคืนวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ (10 ก.ค.68) ตนเองไปกับเพื่อน 4 คน ซึ่งมีรถจยย. 2 คัน โดยไปงัดตู้บริจาคที่เป็นโรงศพได้เงินมาหมื่นกว่าบาท ส่วนมากเป็นเหรียญและแบงก์ 20 และแบงก์ 100 บาท
จากนั้นก็เอามาแบ่งกันตนเองได้ 2,000 กว่าบาท และวันที่ (14 ก.ค.68) ที่ผ่านมา ตนเองพร้อมกับเพื่อนชุดเดิมได้เข้าไปงัดตู้บริจาคอีก แต่ครั้งนี้ไม่ได้เงินมา และวันที่ (17 ก.ค.68) ที่ผ่านมา ก็เข้าไปอีกครั้งนี้ ซึ่งครั้งนี้ได้ยกตู้บริจาคออกมาเลยและมางัดเอาเงินออกไป จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวเอาไว้ได้
ทางด้านพระนิรัญ จันทร์โสภา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว กล่าวว่า ในส่วนของพระก็ให้อภัยและเพราะว่าเป็นเด็กต้องรู้จักบาปบุญคุณโทษแค่เราคิดจะทำผิดก็บาปแล้ว โดยผู้ก่อเหตุรายนี้วันที่เข้ามาก่อเหตุอาตมาก็เห็นและจำหน้าได้อย่างชัดเจนเพราะออกมาเจอพอดี ส่วนเรื่องกฎหมายก็ปล่อยให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไป