กัมพูชาไม่ยอมรับวางทุ่นระเบิด ไทยต้องทำความเข้าใจกับ ตปท.ต่อ

กัมพูชาไม่ยอมรับวางทุ่นระเบิด ไทยต้องทำความเข้าใจกับ ตปท.ต่อ

View icon 295
วันที่ 23 ก.ค. 2568 | 17.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กัมพูชาไม่ยอมรับวางทุ่นระเบิดหน้าแนวคูเลต ไทยต้องทำความเข้าใจกับต่างประเทศต่อไป โฆษก ทบ.เผยจัดระเบียบนักท่องเที่ยวปราสาทตาเมือนธม เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ใช่ป้องกันเหตุ ด้านพลตรีวันชนะ ท่องบทภาพยนตร์ ละแวกก็หอกข้างแคร่ ดีร้ายจะลอบตลบหลัง

วันนี้ (23 ก.ค.68) ระหว่างการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวชายแดนไทย-กัมพูชา พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวสรุปภาพรวมสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ต่อกรณีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ยืนยันว่า กองทัพบกไม่ได้ปกปิดข้อมูล แต่ยึดหลักความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุให้ความสำคัญกับกำลังพลที่บาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงเข้าพิสูจน์ทราบ ในเรื่องของรายละเอียดจนพบว่าเป็นทุ่นระเบิดวางใหม่ ชนิด PMN2 พร้อมทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชน เนื่องจากระเบิดชนิดนี้ เกิดในยุคสหภาพโซเวียต ขณะนั้นรัสเซียยังไม่ได้แยกตัวออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด จึงอยากให้ใช้คำว่าระเบิดของสหภาพโซเวียตแทน

ทั้งนี้กองทัพบก ย้ำถึงแนวทางปฏิบัติหลังเกิดเหตุการณ์ ใช้กระบวนการชี้แจงข้อเท็จจริง กับต่างประเทศ และเพิ่มความระมัดระวัง มากยิ่งขึ้น แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าว จะเป็นอธิปไตยของไทย แต่เพื่อให้กำลังพลมีความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและทำถนน โดยมีเครื่องจักรอยู่ในพื้นที่ แน่นอนว่าทางกัมพูชาต้องโต้แย้ง และปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้วางทุ่นระเบิด เนื่องจากทุ่นระเบิดดังกล่าววางอยู่แนวหน้าคูเลต ที่กัมพูชาเคยประจำพื้นที่อยู่ ก่อนที่จะมีการปรับกำลังออกไป แต่ไทยก็ต้องทำความเข้าใจต่อต่างประเทศต่อไป

พลตรีวินธัย ย้ำอีกว่า การทำงานในทุกระดับ ตั้งแต่ฝ่ายบริหารลงมา มีความสำคัญ และเรามีการประสานงานกันอยู่แล้ว ทั้งประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม  หรือ  JBC ซึ่งมีกระทรวงการต่างประเทศ รับผิดชอบ ที่เปรียบเสมือนนักกฎหมาย ของงานด้านนี้ ซึ่ง ผบ.ทบ. อยากให้ตัวแทนของ และกรรมการซึ่งภูมิภาค  หรือ RBC เข้าร่วมประชุม JBC ด้วย ซึ่งจะมีทั้งผู้ปฏิบัติ ผู้วางแผน ได้เข้าใจและแลกเปลี่ยน ข้อมูลซึ่งกัน

พลตรีวินธัย ระบุถึงการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวปราสาทตาเมือนธม หลังมีการประสานขอตำรวจปราบจลาจล และทหารพรานหญิง เพื่ออำนวยความสะดวกในพื้นที่ ไม่ใช่การป้องกันเหตุ เพราะหวังว่าสถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรมีเหตุการณ์ แต่หากมีการทะเลาะวิวาทและกระทบกับความสัมพันธ์ ก็ต้องกลับมาทบทวนเรื่องมาตรการ ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์

ด้านพลตรีวันชนะ สวัสดี ผอ.สำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวว่า ที่ผ่านมา พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูง (ผบ.ทสส.) ได้เดินทาง พบกลุ่มประเทศในอาเซียน เพื่อทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกประเทศ พร้อมยืนยันจะให้ความร่วมมือเพื่อให้เหตุการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาจบลงอย่างรวดเร็ว

พลตรีวันชนะ ยังได้ท่องบทในภาพยนตร์เรื่องนเรศวร ช่วงพระยาละแวก ว่า ถอยทัพกลับไปก็ดีแล้ว ละแวกก็หอกข้างแคร่ ดีร้ายจะลอบตลบหลังเราทีเผลอเข้าพลาด