แรงงานกัมพูชากลับบ้านกระทบธุรกิจลำไยส่งออก

View icon 54
วันที่ 12 ส.ค. 2568 | 06.12 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวานยังคงมีแรงงานชาวกัมพูชา ทยอยเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับนายจ้างที่เป็นเจ้าของล้งลำไย ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต

โดยเมื่อวานนี้ ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิตร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบว่ามีแรงงานชาวกัมพูชาทยอยเดินทางกลับประเทศกัมพูชาอีก 2,000 คน ซึ่งลดลงจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าแรงงานส่วนใหญ่เดินทางกลับไปแล้วก่อนหน้านี้

ขณะที่การเดินทางกลับบ้านของแรงงานกัมพูชา ได้ส่งผลกระทบกับนายจ้างที่เป็นเจ้าของล้งลำไย ที่กำลังอยู่ในช่วงการเก็บเกี่ยวผลลำไย เนื่องจากแรงงานไม่เพียงพอ เนื่องจากปกติล้งรับซื้อลำไย จะมีทีมเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่มีหน้าที่ตัดผลลำไยจากต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวกัมพูชา ร้อยละ 80 ซึ่งก่อนหน้านี้ทางล้งได้ไปทำสัญญามัดจำจำนวนหนึ่งกับเจ้าของสวนไว้แล้ว รวมทั้งวางแผนไล่ลำดับสวนที่จะทำการเก็บเกี่ยวไว้แล้ว แต่ตอนนี้แรงงานเดินทางกลับ ทำให้แผนที่วางไว้ทำไม่ได้

นอกจากนี้ ในส่วนของเจ้าของสวนลำไย ก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในการดูแลสวน ที่จะต้องมีการฉีดยา ใส่ปุ๋ย และตัดแต่งกิ่ง

นายรัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้า และการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ตอนนี้มีแรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศไปแล้วกว่า 300,000 คน ส่งผลกระทบกับภาคการเกษตรในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว โดยเฉพาะสวนลำไย ที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการส่งออก ที่ทั้งสองอำเภอมีการส่งออกมากที่สุดในประเทศ ปีละประมาณ 375,000 ตัน จึงอยากให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไข หาแรงงานเข้ามาทดแทนเป็นการด่วน

ส่วนที่ตลาดโบว์ลิ่ง อำเภอเมืองจันทบุรี ตลาดขายส่งพืชผักผลไม้ใหญ่ที่สุดในจังหวัดจันทบุรี ขาดแคลนแรงงาน หลังชาวกัมพูชาถูกเรียกกลับประเทศบ้านเกิด ทำให้เจ้าของร้าน ต้องประสบปัญหาอย่างหนัก

เนื่องจากตลาดโบว์ลิ่งเป็นตลาดที่เปิด 24 ชั่วโมง ก่อนหน้านี้เจ้าของและลูกจ้างต้องสลับกันอยู่กันขาย และส่วนมากลูกจ้างในตลาดแห่งนี้จะเป็นแรงงานชาวกัมพูชา ในแต่ละร้านจะทำงานอยู่กับนายจ้างกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเจ้าของร้านมีความไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินและการขายสามารถทำแทนนายจ้างได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง