สรุปเหตุการณ์พิพาทบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 13 สิงหาคม 2568 อัปเดตตัวเลขมีทหารเสียชีวิต 16 นาย บาดเจ็บ 261 นาย

สรุปเหตุการณ์พิพาทบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 13 สิงหาคม 2568 อัปเดตตัวเลขมีทหารเสียชีวิต 16 นาย บาดเจ็บ 261 นาย

View icon 285
วันที่ 14 ส.ค. 2568 | 07.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กองทัพภาคที่ 2 รายงาน ตรวจพบโดรนหลายลำในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ทหารกัมพูชาติดตั้งวางตาข่ายป้องกันการทิ้งระเบิดจากโดรนในพื้นที่กัมพูชา จำนวน 61 แห่ง พร้อมยืนยันจะใช้ลวดหนามหีบเพลง  เสริมความพร้อมป้องกันพื้นที่ชายแดน อย่างคุ้มค่าเพื่อความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศ

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุการณ์พิพาทบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่สำคัญดังนี้

สถานการณ์โดยรวม ทหารกัมพูชาได้เปิดเผยการติดตั้งวางตาข่ายป้องกันการทิ้งระเบิดจากอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในพื้นที่กัมพูชา จำนวน 61 แห่ง และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)        จำนวนหลายลำในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ปัจจุบันยังคงมีการตรึงกำลังที่ฐานปฏิบัติการในพื้นที่  เขตอธิปไตยของไทย ไม่มีการปะทะ ฝ่ายเรายังคงเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยยึดมั่นตามข้อตกลงของการประชุม GBC ที่ผ่านมา

ได้รับการประสานจากกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 อาจปรับแผนลาดตระเวนและใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเสริมในเรื่องการตรวจพบตรวจจับทุ่นระเบิดในพื้นที่ ยืนยัน การดำเนินการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน กำลังพล และรักษาอธิปไตยความมั่นคงของชาติอย่างเต็มกำลัง

โฆษกกองทัพบกชี้แจง(13 ส.ค.68 ) ในประเด็น กองทัพภาคที่ 2 ปิดรับการสนับสนุนลวดหนามหีบเพลง เพิ่มความปลอดภัยให้กำลังพลแบบเร่งด่วน หลังได้รับการตอบรับและสนับสนุนจากรัฐบาล หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเพียงพอ ถือเป็นกำลังใจสำคัญและมีส่วนอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความพร้อมด้านการป้องกันพื้นที่ชายแดน ยืนยันว่าทรัพยากรที่ได้ รับจะถูกใช้คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศ

รองโฆษกกองทัพบก ยืนยันข่าวจากสำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชาว่าฝ่ายไทยเตรียมโจมตีและอพยพประชาชน “เป็นข้อมูลเท็จ”  กองทัพบกตรวจสอบแล้วไม่มีคำสั่งอพยพหรือปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่าน โรงเรียนยังเปิดตามปกติ ย้ำปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและที่ประชุม GBC เคร่งครัด พร้อมขอให้ประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข่าวปลอม

ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยุติบทบาทของศูนย์ฯ และยังคงปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

กองบัญชาการกองทัพไทย มีแผนที่จะนำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวของอาเซียน (Interim Observer Team: IOT) ที่เป็นผลของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยวิสามัญที่ผ่านมา โดยการนำของผู้ช่วยทูตทหารของประเทศอาเซียน ที่จะลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์ผลกระทบต่างๆในพื้นที่ จนถึงความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อแสดงความโปร่งใสและความจริงใจยืนยันการปฏิบัติของฝ่ายไทย ว่าเป็นไปตามหลักปฏิบัติของสากลและหลังจากการลงพื้นที่แล้วเสร็จ วันที่ 15 ส.ค. 68 จะมีการสรุปผลการดำเนินการ และทบทวนแผนการปฏิบัติ ที่จะทำเป็นแผนปฏิบัติต่อเนื่องต่อไป

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ  ระบุในวันศุกร์ที่ 15 ส.ค.นี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะเชิญผู้แทนทางการทูตจากกว่า 50 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วยประเทศผู้บริจาคในกรอบอนุสัญญาออตตาวาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มารับฟังการบรรยายสรุปในเรื่องดังกล่าว จากนั้นในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 68 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะนำคณะผู้แทนทางการทูตฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริงจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่โดยตรง

สรุปสถานการณ์ผู้ได้รับผลกระทบ (ยอดสะสมถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2568)
1. พลเรือน
     • เสียชีวิตทางตรง: 14 ราย
     • บาดเจ็บ: 39 ราย
รวมทั้งสิ้น: 53 ราย

2. ทหาร
     • เสียชีวิต: 16 นาย
     • บาดเจ็บ: 261 นาย
รวมทั้งสิ้น: 277 นาย