เจาะประเด็นข่าว 7HD - หญิงเจ้าของบ้านถึงกับน้ำตาไหล หลังได้บ้านใหม่ แข็งแรงกว่าบ้านหลังเก่าที่ถูกจรวด BM-21 ตกใส่จนหลังคาทะลุ จรวดไปจมอยู่ที่พื้นบ้าน แต่ไม่ระเบิด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ EOD ต้องไประเบิดทำลาย ทำให้บ้านพัง
เป็นภาพเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่เจ้าหน้าที่หน่วย EOD ตัดสินใจระเบิดทำลายจรวด BM-21 ไปพร้อมกับบ้านของนางสาวทองใส ชาวบ้านใน อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้บ้านพังเสียหายไปเกือบทั้งหลัง
วันนี้เธอได้บ้านหลังใหม่ ที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสร้างบ้านให้อย่างรวดเร็ว เธอถึงกับหลั่งน้ำตาดีใจ เธอเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกที่กลับมาศูนย์อพยพมาเห็นบ้าน ก็ใจหายน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาซ่อมบ้าน และไม่รู้ว่า ด้วยข้อกำจัดของภาครัฐจะซ่อมได้มากน้อยแค่ไหน แต่พอวันนี้ได้เห็นบ้านที่สร้างเสร็จเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ดีใจมาก เหมือนกับได้บ้านหลังใหม่เลย ตอนนี้ก็รอเพียงให้จังหวัดทำพิธีส่งมอบ ก็จะนิมนต์พระมาสวดทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนที่คนในครอบครัวทั้ง 6 ชีวิต จะเข้าไปอาศัยในบ้าน
เธอยังบอกว่า หลังเกิดเหตุปะทะกัน วันนี้ครบรอบ 1 เดือน ก็ยังระแวง บางวันนอนไม่หลับ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอีกวันไหน หากเป็นไปได้ก็อยากให้เหตุการณ์สงบลง ชาวบ้านจะได้ใช้ชีวิตและทำมาหากินปกติ
สำหรับที่บ้านกรวด มีบ้านเรือนพังเสียหายไป 14 หลัง วัด 1 แห่ง วัวตาย 3 ตัว หมูตาย 5 ตัว รถยนต์พังเสียหาย 2 คัน พื้นที่การเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา ได้รับความเสียหายกว่า 90 ไร่ ซึ่งทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้เงินกองทุนฯ ที่ได้รับบริจาค เข้าไปซ่อมแซมบ้าน ชดเชยสัตว์เลี้ยงที่ตาย และพื้นที่การเกษตรที่เสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทั้งหมดแล้ว
ส่วน คุณตาคูณ และ คุณยายปิม อายุ 88 ปี ที่บ้านถูกระเบิดจากจรวด BM-21 ตกใส่บ้าน เมื่อเช้าวันที่ 27 กรกฎาคม จนเกิดเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง ในพื้นที่ ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ก็ออกมาขอบคุณหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้
ตอนนี้ที่คุณตาและคุณยายอาศัยอยู่ที่บ้านเพื่อนบ้านเป็นการชั่วคราว บอกว่า ดีใจ และขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ
ก่อนหน้านี้เสนอข่าว สิบเอก วรุธ ภิชาเศวตว์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ออกมาขอรับบริจาคดินและยางรถยนต์ เพื่อนำไปซ่อมแซมหลุมหลบภัยของโรงเรียนที่ทรุดโทรม หลังจากเกิดปะทะ และมีระเบิดในตกใส่หมู่บ้าน จนทำให้ "น้องน้ำโขง" อายุ 8 ขวบ เสียชีวิต และมีชาวบ้านบาดเจ็บอีก 2 คน
ล่าสุดก็มีผู้ใจดีนำรถแบ็กโฮและรถบรรทุกดิน เข้าไปช่วยซ่อมแซมหลุมหลบภัยให้กับเด็ก ๆ นักเรียน เพื่อความปลอดภัย หลังไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นับวันยิ่งตึงเครียด เกรงว่าจะเกิดการปะทะกันรอบ 2
ขณะที่ ชรบ. พื้นที่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งในช่วงที่มีการปะทะกัน ชรบ.เหล่านี้ไม่ได้อพยพออกจากหมู่บ้าน แต่กลับทำหน้าที่เฝ้าดูแลหมู่บ้าน และรักษาทรัพย์สินให้กับชาวบ้าน วันนี้ทุกคนต่างออกมาดีใจ เมื่อภาครัฐเหลียวแลให้ค่าตอบแทน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัย ต่างเดินทางไปที่อำเภอน้ำยืน เพื่อรับเงินดังกล่าว ซึ่งภาครัฐจ่ายให้วันละ 120-240 บาท
นายเด่น อายุ 51 ปี บอกว่า ดีใจ ถึงแม้มันจะเล็กน้อย แต่ก็ยังพอได้นำเงินไปซื้อรองเท้าคอมแบท รองเท้าผ้าใบ เพราะชำรุดจากการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่บางคนจะนำไปตัดชุด แต่เงินไม่พอ ก็จะต้องนำไปซื้อเสื้อกั๊กก่อน เพราะชุดเก่าที่ใส่มาตั้งแต่ปี 2544 เริ่มเก่าและขาด หากสงบเมื่อไหร่ อยากให้ทางรัฐบาลจัดงบฝึกอบรมทบทวนให้กับ ชรบ. และจัดหาอุปกรณ์ทีจำเป็นด้วย