วัดก็ไม่เว้น ช่วงเกิดเหตุปะทะกัมพูชายิงระเบิดใส่กุฏิพระ ซึ่งมีระยะห่างจากแนวชายแดน 6 กิโลเมตร โชคดีที่พระสงฆ์อพยพออกจากกุฏิดังกล่าวก่อนเกิดเหตุได้เพียง 1 วัน
ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังที่พักสงฆ์ไทยนิยมพัฒนา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดไทยนิยม บ.ไทยนิยมพัฒนา ม.17 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้ารที่อยู่ใลก้ปราสาทตาควายมากที่สุด หลังจากเพจ ”กองทัพบก ทันกระแส” ได้ลงภาพความเสียหายของวัดแห่งนี้จากลูกระเบิดที่ทหารกัมพูชายิงมาใส่ชุมชนและวัด
โดยระบุข้อความว่า ”วัดก็ไม่เว้น สถานที่ทางศาสนามรดกทางวัฒนธรรม วัดไทยนิยมพัฒนาราม สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวพุทธ ของชาวบ้านไทยนิยม ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีระยะห่างจากแนวเขตชายแดนมากกว่า 6 กิโลเมตร ไม่ใช่พื้นที่ปะทะ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการปฏิบัติทางทหาร แต่กลับถูกกัมพูชายิงใส่แบบไร้มนุษยธรรม กระสุนพุ่งผ่ากลางกุฏิพระสงฆ์ วัดเสียหาย อนุสัญญาเจนีวา 1949 และพิธีสารเพิ่มเติม กำหนดชัดว่า ห้ามโจมตีวัด โบสถ์ มัสยิด หรือสถานที่ทางศาสนา ที่ถือเป็นวัตถุพลเรือน ฮุนเซนคือคนสั่งการ ฮุนเซนคืออาชญากรสงคราม"
ซึ่งหลังจากผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบกับพระวรจักร เขมวีโร หัวหน้าสำนักสงฆ์ไทยนิยมพัฒนา ได้พาผู้สื่อข่าวเดินไปดูกุฏิอเนกประสงค์ของวัดที่สร้างติดกันหลายห้องเป็นรูปตัว L บริเวณห้องช่วงกลางกุฏิ พบว่ามีร่องรอยหลังคากระเบื้องแตกเสียหาย หล่นเกลื่อนพื้น รวมทั้งกำแพงห้องที่ถูกแรงระเบิดอัดพังเป็นแถบกว้าง มีร่องรอยสะเก็ดระเบิดพุ่งทะลุหลังคา ฝาผนัง กำแพงหน้าห้องเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถพักอาศัยได้
โดยพระวรจักร เปิดเผยว่า ความเสียหายดังกล่าว เกิดจากหัวระเบิดกระสุนปืนคอร์ ที่ทหารกัมพูชาจงใจยิงมาใส่ชุมชนและวัด โดยตกภายในวัด 2 ลูก อีกลูกตกใส่ยอดไม้หักหน้ากุฏิหลังใหญ่ด้านหน้า ไม่ได้รับความเสียหายมาก แต่จุดนี้ตกใส่กุฏิอเนกประสงค์หลังใหญ่เสียหาย โชคดีที่พระสงฆ์อพยพออกจากกุฏิดังกล่าวก่อนเกิดเหตุได้เพียง 1 วันเท่านั้น ก่อนที่จะถูกระเบิดตกใส่ นอกจากนี้ในพื้นที่หมู่บ้านไทยนิยมพัฒนามีอีกหลายจุดที่โดนระเบิดในวันเดียวกัน คือวันที่ 28 ก.ค.68
หลังจากนั้นพระสงฆ์ก็ย้ายไปจำวัดที่อื่นเนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย เหลือพระสงฆ์ในวัดเพียง 2 รูปเท่านั้น ส่วนการเยียวซ่อมแซมต่างๆ พบเพียง อบต.บักได ได้เข้ามาสำรวจประเมินความเสียหายเบื้องต้นแล้ว และได้ส่งเรื่องให้อำเภอ เพื่อส่งต่อไปยัง พม.สุรินทร์ ในการพิจารณาช่วยเหลือซ่อมแซมต่อไป ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากทาง อบต.และอำเภอไม่มีงบประมาณซ่อมแซมวัดวาอารามในส่วนนี้ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ ให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาชายแดนให้จบโดยเร็ว เพราะชาวบ้านกำลังลำบาก การดำเนินชีวิตก็ไม่ปกติ อยู่อย่างหวาดผวา แม้กระทั่งวัดเองก็ไม่ค่อยมีชาวบ้านมาทำบุญ เกิดจากปัจจัยกระทบหลายอย่าง ทั้งนี้ฝากเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา หากต้องการช่วยเหลือหรืออยากมาทำบุญที่วัดชายแดนแห่งนี้ ก็สามารถเดินทางมาได้ หรือติดต่อที่อาตมาได้ อยากให้มาร่วมสร้างบุญกุศลร่วมกัน เนื่องจากเมรุของวัดยังสร้างไม่เสร็จและต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมาก สามารถติดต่อมาได้ที่หมายเลข 061-103-9854