วันนี้ (3 ก.พ. 69) พระและฆราวาสใน จ.เชียงใหม่ สุดทนเรียกร้องให้ตำรวจติดตามดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติแอบลอบใช้สีสเปรย์พ่นวาดภาพและตัวหนังสือบนกำแพงวัดและตามประตูร้านค้าจนเกิดความสกปรกเลอะเทอะ
ส่งผลต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวและสภาพจิตใจของคนในพื้นที่ถึงแม้ทางวัดจะเพิ่มมาตราการติดกล้องวงจรปิดและไฟส่องสว่างแต่ก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวมือบอนหวาดกลัว
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกพฤติกรรมของคู่ชายและหญิง ลักษณะเป็นชาวต่างชาติ ขณะกำลังใช้สีสเปรย์พ่นกำแพงวัดชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ในพื้นที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ (30 ม.ค. 69) ที่ผ่านมา เป็นหลักฐานที่
ทางด้านพระครูปลัดปรีดา ใจบุญ เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ได้ใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ติดตามดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสองคน
ด้านพระอภิภู บุญทาหลู่ พระลูกวัด ระบุว่า ที่ผ่านมากำแพงวัดแห่งนี้เคยถูกพ่นสีวาดลวดลายต่าง ๆ และพ่นตัวหนังสือเป็นภาษาต่างชาติมาแล้วหลายครั้ง โดยทางวัดได้ทำการพ่นสีทับไปแล้วหมดเงินไปแล้วหลายหมื่นบาท แต่ก็ยังมีการลักลอบมาทำซ้ำอีก จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามผู้กระทำ มาดำเนินคดีเป็นตัวอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
และนอกจากกำแพงวัดยังพบมีการกระทำในลักษณะเดียวกันบริเวณรั้วบ้านและประตูร้านค้าของชาวบ้านทั่วเมืองเชียงใหม่ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่อย่างหนักในพื้นที่ตัวเมือง จ.เชียงใหม่
โดยส่วนใหญ่เป็นวัดเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ แต่แทบทุกวัดกลับมาถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีมาพ่นสีทำลาย ซึ่งการกระทำดังกล่าว ทำให้เกิดภาพที่ไม่สวยงามและสกปรก และยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่กำลังจะได้รับการเสนอชื่อเป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย
ถึงแม้ว่าทางวัดจะเพิ่มมาตราการเสริมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแนวกำแพงเพิ่มและติดตั้งไฟส่องสว่างก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวมือบอนหวาดกลัวแต่อย่างใด
ล่าสุด พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้ตำรวจสายตรวจทุกพื้นที่ เข้มงวดกวาดขัน และติดตามตัวกลุ่มผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำและเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ