รวบช่างซ่อมนาฬิกา! แอบนำนาฬิกาของลูกค้าที่นำมาซ่อม ไป 11 เรือน จากการตรวจพบว่า มี 2 เรือน เป็นของ นีโน่-เมทนี ขณะตำรวจเข้าจับกุมยึดของกลางได้เป็นตั๋วจำนำ 10 ใบ โดยได้รับเงินจากการจำนำกว่า 500,000 บาท สารภาพนำเงินไปใช้เล่นการพนันออนไลน์
11 กันยายน 2568 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เอกพงษ์ ผูกพันธ์ รอง ผกก.1 บก.ปพ., พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ., ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รอง สว.(ป) กก.1 บก.ปพ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายนรินทร์ อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 722/2568 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในครอบครองของนายจ้าง” และหมายจับศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ที่ 53/2565 คดีหมายเลขดำที่ อ635/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ635/2564 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน " ยักยอก"
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. ตั๋วจำนำเลขที่ 870 (ใบที่ 1) ลงวันที่ 30 เม.ย. 68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
2. ตั๋วจำนำเลขที่ 323 (ใบที่ 2) ลงวันที่ 13 พ.ค. 68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
3. ตั๋วจำนำเลขที่ 69 (ใบที่ 3) ลงวันที่ 4 มิ.ย. 68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
4. ตั๋วจำนำเลขที่ 281 (ใบที่ 4) ลงวันที่ 1 ก.ค. 68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
5. ตั๋วจำนำเลขที่ 170 (ใบที่ 5) ลงวันที่ 7 ก.ค.68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
6. ตั๋วจำนำเลขที่ 126 (ใบที่ 6) ลงวันที่ 5 ส.ค.68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
7. ตั๋วจำนำเลขที่ 128 (ใบที่ 7) ลงวันที่ 5 ส.ค.68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
8. ตั๋วจำนำเลขที่ 446 (ใบที่ 8) ลงวันที่ 18 ส.ค.68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
9. ตั๋วจำนำเลขที่ 447 (ใบที่ 9) ลงวันที่ 18 ส.ค.68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
10. ตั๋วจำนำเลขที่ 50 (ใบที่ 10) ลงวันที่ 2 ก.ย. 68 ระบุของกลางเป็นนาฬิกา
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและเข้าจับกุมตัว นายนรินทร์ อายุ 60 ปี ช่างซ่อมนาฬิกา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ในคดี “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในครอบครองของนายจ้าง” สืบเนื่องจากนายนรินทร์ ได้ก่อเหตุลักลอบนำนาฬิกาข้อมือของลูกค้ารวม 11 เรือนไปจำนำ ซึ่งรวมถึงนาฬิกา 2 เรือนของ นีโน่-เมทนี บุรณศิริ นักแสดงและผู้จัดรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ที่นำมาให้ซ่อมแซม โดยได้รับเงินจากการจำนำรวมกว่า 500,000 บาท การจำนำครั้ง ล่าสุด เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 จากนั้นผู้ต้องหาได้หลบหนีไปเช่าห้องพักเพื่อซ่อนตัวอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ
หลังจากการสืบสวนและติดตามอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแกะรอยและพบแหล่งกบดานของนายนรินทร์ได้ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเพิ่งเช่าได้เพียง 10 วัน และได้แสดงหมายจับเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด นอกจากนี้ การตรวจสอบประวัติยังพบว่า นายนรินทร์ฯ มีหมายจับติดตัวในคดี "ยักยอกทรัพย์"
ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีก 1 คดีด้วย เจ้าหน้าที่ได้ยึดตั๋วจำนำนาฬิกาได้จำนวน 10 ใบ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบในคดี และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่า เงินที่ได้จากการจำนำนาฬิกานั้น ส่วนหนึ่งนำไปใช้เล่นการพนันออนไลน์ และอีกส่วนหนึ่งโอนไปให้ภรรยาที่อาศัยอยู่ในประเทศ สปป.ลาว และเมื่อตรวจสอบพบว่าปัจจุบันในบัญชีของเขามีเงินเหลืออยู่ไม่ถึง 10,000 บาท