“น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง อาการดีขึ้นต่อเนื่อง สัตวแพทย์ดูแลใกล้ชิด

“น้องข้าวต้ม” ลูกช้างป่าพลัดหลง อาการดีขึ้นต่อเนื่อง สัตวแพทย์ดูแลใกล้ชิด

View icon 497
วันที่ 24 ก.ย. 2568 | 20.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คืบหน้า "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่าพลัดหลง อาการคงที่และดีขึ้นต่อเนื่อง ทางทีมสัตวแพทย์ดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากไม่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงมีโอกาสส่งคืนโขลงได้

วันที่ (24 ก.ย.68) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยความคืบหน้าล่าสุดการดูแล "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่าพลัดหลงว่า ล่าสุดลูกช้างมีอาการคงที่และดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมสัตวแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง

ทางสัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พร้อมด้วยสัตวแพทย์หญิงลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ, สัตวแพทย์หญิงกานต์พิชชา หาญอาษา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ และทีมงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รายงานความคืบหน้าอาการของลูกช้างป่า "ข้าวต้ม" ยังคงกินนมได้ดีและมีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ทีมงานยังคงต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน และให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย

ขณะที่ น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้อธิบายถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกช้างพลัดหลงจากฝูงนั้นแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ "พลัดหลง" และ "สลัดทิ้ง" ซึ่งแม่ช้างอาจจำใจต้องทิ้งลูกด้วยเหตุผลต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น 6 สาเหตุหลัก ดังนี้
1.กิจกรรมของมนุษย์: เช่น แรงสั่นสะเทือนจากยานพาหนะ หรือการไล่โดยคนทั่วไปที่ทำให้ฝูงตกใจวิ่งหนี
2.ภัยธรรมชาติ: เช่น น้ำป่า หรือหลุมยุบจากเหมืองเก่าที่กัดเซาะ
3. การเรียนรู้ไม่เพียงพอ: เช่น แม่ช้างมือใหม่ที่ขาดประสบการณ์ หรือลูกช้างซุกซน
4. โรคภัยไข้เจ็บ: โดยเฉพาะโรคเฮอร์ปีส์ไวรัส (EEHV) ที่ทำให้ลูกช้างเสียชีวิตได้ และกลไกธรรมชาติของฝูงที่จะขับลูกช้างป่วยออกเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
5.ปัญหาพันธุกรรม: เช่น โครงสร้างร่างกายผิดปกติ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
6. การบาดเจ็บในป่า: เช่น อุบัติเหตุหรือบาดแผลจากการใช้ชีวิตตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ น.สพ.ภัทรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลลูกช้างพลัดหลงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น โอกาสในการส่งคืนฝูงหากไม่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรง หรือการพิจารณาการดูแลในระยะยาวหากถูกสลัดทิ้ง และการช่วยเหลือ "ข้าวต้ม" ไม่เพียงเป็นการช่วยชีวิตลูกช้างเพียง 1 ตัว แต่เป็นการสร้างองค์ความรู้และพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์ช้างป่าของไทยในอนาคต หากไม่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงมีโอกาสส่งคืนโขลงได้หากพบโขลงและโขลงอยู่ใกล้ และหากถูกทิ้งจะพิจารณาจาก 3 ปัจจัย คือ การติดเชื้อ, อาการบาดเจ็บ, และความผิดปกติทางร่างกาย

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ จะยังคงติดตามและรายงานความคืบหน้าอาการของ "ข้าวต้ม" อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกช้างน้อยได้กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย