วันนี้ (25 ก.ย. 68) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันจับกุม นายสมบูรณ์ฯ อายุ 69 ปี ข้อหา “มีไว้ในครอบครองและค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17, 29, 89 และ 92
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. นกอีลุ้ม (Amaurornis phoenicurus) จำนวน 2 ตัว บรรจุลงในถุงข้าวสารขนาด 7.5 กก. จำนวน 2 ถุง ได้จากการล่อซื้อ
2. นกอีลุ้ม (Amaurornis phoenicurus) จำนวน 13 ตัว (ตรวจพบถูกขังกรงอยู่ในบริเวณบ้าน)
3. นกกวัก (Amaurornis akool) จำนวน 13 ตัว (ตรวจพบถูกขังกรงอยู่ในบริเวณบ้าน)
4. นกเขาไฟ (Streptopelia tranquebarica) จำนวน 1 ตัว (ตรวจพบถูกขังกรงอยู่ในบริเวณบ้าน)
5. กรงนก จำนวน 23 กรง
6. สำเนาประจำวันและธนบัตรล่อซื้อ จำนวน 1 ฉบับ
โดยสามารถจับกุมได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตร. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กก.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์), สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ), หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 4 และฝ่ายปกครองจังหวัดพิจิตร สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านแห่งหนึ่ง ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีพฤติการณ์ลักลอบค้านกป่าคุ้มครอง
จากการสืบสวนและล่อซื้อ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายสมบูรณ์ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งนำ นกอีลุ้ม จำนวน 2 ตัว มาจำหน่ายโดยใช้ธนบัตรที่เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจค้นเพิ่มเติม พบสัตว์ป่าคุ้มครองอีกจำนวนมาก ได้แก่ นกอีลุ้ม นกกวัก และนกเขาไฟ รวมเกือบ 30 ตัว พร้อม กรงนก 23 กรง
โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า เลี้ยงนกเหล่านี้ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจริง บางครั้งเก็บไข่จากในทุ่งนา มาเพาะเลี้ยงเอง และนำออกขายเพื่อเลี้ยงชีพ ลั่นขายนกที่สามารถไปล่อนกตัวอื่นมาเพิ่มได้อีก (นกต่อ) ตัวละ 10,000 บาท ทำมากว่า 4 - 5 ปีแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มีไว้ในครอบครองและค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17, 29, 89 และ 92 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่านยาว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป