แขกขาวโกงเงินทอนร้านขายของชำ พฤติกรรมให้แบงก์พัน ผู้เสียหายที่ทราบข่าวสามารถมาชี้ตัวคนร้ายได้ที่ สภ.บางบัวทอง หรือใครที่อาจจะคุ้นหน้าขอให้ติดต่อมาที่โรงพัก อย่าปล่อยให้ไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก
ค่ำวานนี้ (11 มิ.ย.69) นายเกียรติคุณ ต้นยาง (ทนายโป้ง) สส.นนทบุรี เขต 7 ได้รับการประสานจาก น.ส.สุชาวดี ศรีใส อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน JR ของสด ว่ามีแขกขาว รูปร่างสูงใหญ่ ทราบชื่อภายหลัง คือ MR.IRFAN MUHAMMAD อายุ 33 ปี สัญชาติปากีสถาน เข้ามาซื้อของในร้านด้วยแบงก์พัน ก่อนพยายามทำให้สับสนจะขอคืนของและเงินทอน ซึ่งตนเห็นหน้าแล้วจำได้ เพราะเคยดูข่าวก่อนหน้านี้ จึงตัดสินใจปิดประตูร้าน และโทรแจ้งตำรวจเข้าจับกุมตัว ก่อนเดินทางมาที่ สภ.บางบัวทอง พร้อมกลุ่มผู้เสียหายอีกหลายราย เพื่อชี้ตัวผู้ต้องหา และสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
น.ส.สุชาวดี บอกว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 เวลา 20.00 น. ขณะใกล้ปิดร้าน มีคนร้ายเป็นแขกขาว มาด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งเดินเข้ามาซื้อของในร้าน โดยรอให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ออกไปจากร้านก่อน ส่วนอีกคนจอดรถ จยย. รออยู่นอกร้าน ซึ่งผิดสังเกตตรงที่ไม่ยอมจอดหน้าร้านทั้งที่มีที่จอดว่างอยู่ คนร้ายที่เดินเข้ามาในร้านได้ขอซื้อยาสีฟัน 1 หลอด ราคา 60 บาท และแปรงสีฟัน 3 อัน ราคา 15 บาท รวม 105 บาท จ่ายเงินด้วยแบงก์พัน ตนจึงทอนเงินไป 895 บาท จากนั้นคนร้ายได้โวยวายและบอกว่าตนทอนเงินไม่ถูกต้อง ตนจึงสังเกตว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกับที่ตระเวนก่อเหตุขอเงินทอนตามร้านค้าที่เคยดูข่าวหรือไม่
"เมื่อมั่นใจจึงโวยวายกลับว่าคนนี้คือคนร้าย ก่อนจะเดินไปปิดประตูหน้าร้าน โทร. แจ้งตำรวจให้มาควบคุมตัว ซึ่งพฤติกรรมคนร้ายจะก่อเหตุเหมือนกันทุกที่ ส่วนคนร้ายอีกคนที่จอดรถ จยย. รออยู่ด้านนอก ก็รีบขับขี่รถ จยย.หลบหนีไปทันที ตนสงสารพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นที่ถูกคนร้ายรายนี้หลอกเอาเงินทอนไป บางคนเป็นแค่ลูกจ้างก็ต้องมารับผิดชอบ วันนี้จึงได้เดินทางมาชี้ตัวคนร้ายที่ สภ.บางบัวทอง ยืนยันว่าคนร้ายเป็นรายนี้จริง ๆ"
พ่อค้าผู้เสียหายอีกคน คือ นายสุจริต พู่แสง อายุ 46 ปี เจ้าของร้านขายของชำ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 19.00 น. มีแขกขาวทำทีเป็นลูกค้าเดินเข้ามาซื้อสบู่ จ่ายเงินด้วยแบงก์พัน และขอต่อรองราคาบอกว่าที่อื่นถูกกว่าก่อนจะขอคืนเงิน จังหวะนั้นตนจึงคืนเงินแบงก์พันไป แต่คนร้ายยังไม่ออกจากร้าน เดินไปหยิบสบู่อีก 1 ก้อน โดยให้คิดเงินอีกรอบ ใช้วิธีพูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษสลับกันเพื่อทำให้สับสน ตนจึงทอนเงินไปให้คนร้าย เพราะคิดว่าได้รับเงินมาแล้ว กว่าจะรู้ตัวคนร้ายก็หนีไปแล้ว ซึ่งได้แจ้งความไว้ที่ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
“คนร้ายสามารถพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน หลังจากตนเห็นคลิปของผู้เสียหายคนอื่น ๆ ก็เริ่มมีความหวัง ไม่ได้เสียดายเงิน แต่อยากให้คนร้ายถูกดำเนินคดี ไม่อยากให้ไปก่อเหตุที่ไหนอีก เขาคือเป็นภัยสังคม ขอบคุณผู้เสียหายอีกคนที่ช่วยจับคนร้ายรายนี้ไว้ได้”
ด้าน นายเกียรติคุณ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จะประสานกับพนักงานสอบสวนของแต่ละพื้นที่มาอายัดตัว เนื่องจากคนร้ายกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ อยากให้ผู้เสียหายที่ทราบข่าวนี้ มาชี้ตัวคนร้ายได้ที่ สภ.บางบัวทอง หรือใครที่อาจจะคุ้นหน้าอยากให้ติดต่อมาที่โรงพัก เพราะคนร้ายมีพฤติกรรมเปลี่ยนวิกผมและการแต่งตัวในแต่ละพื้นที่ การกระทำของคนร้ายไม่ใช่การฉ้อโกงทั่วไป แต่มีลักษณะของการร่วมกันฉ้อโกง และมียานพาหนะด้วย