พิพาทชายแดนสระแก้ว โฆษก ทบ.แจงเขตแดนไทยไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิ

พิพาทชายแดนสระแก้ว โฆษก ทบ.แจงเขตแดนไทยไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิ

View icon 196
วันที่ 25 ก.ย. 2568 | 16.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โฆษก ทบ. ชี้แจงโต้เขมร ข้อพิพาทชายแดน จ.สระแก้ว อยู่ในเขตแดนไทย ไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิตาม MOU ไทยประท้วงมา 20 ปี รวม 500 ครั้ง อดทนอย่างถึงที่สุด เขมรทั้งวางทุ่นระเบิด รุกล้ำอธิปไตย ปลุกปั่นยั่วยุ เคลื่อนกำลัง

วันนี้ (25 ก.ย.68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ย้ำว่าไทยไม่มีสิทธิขับไล่ชาวกัมพูชาในพื้นที่พิพาท จ.สระแก้ว เพราะอยู่มานานก่อนมี MOU 2000 โดยระบุว่า คำแถลงการณ์ของฝ่ายกัมพูชาที่มีข้อมูลในลักษณะบิดเบือนหลายประการ จึงขอย้ำอีกครั้ง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม ดังนี้ 

ประเด็นที่อ้างว่า ประเทศไทยไม่สามารถอ้างสิทธิ์อธิปไตย หรือใช้กฎหมายภายในประเทศกับชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่ได้กำหนดเขตแดน โฆษก ทบ. ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายไทยกับพลเมืองกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาประท้วงที่บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว ไทยใช้กฎหมายภายในของไทยกับบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เขตแดนไทย ไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิ์อย่างที่กัมพูชาบิดเบือน ซึ่งถูกต้องตามหลักอธิปไตยของรัฐและหลักสากล

เมื่อมีชุมชนกัมพูชารุกล้ำเข้ามา ซึ่งไทยได้ประท้วงผ่าน MOU แล้วหลายครั้ง ดังนั้นการดำเนินการตามกฎหมายจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยในระหว่างการหยุดยิง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องงดเว้นจากกิจกรรมยั่วยุ ช่วงเวลาของการบังคับใช้กฎหมายไทยอย่างไม่ชอบธรรมนี้น่ากังวลยิ่ง

ประเด็นที่อ้างว่า ชาวกัมพูชาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านเปรยจัน ตำบลโอเบยโจน จังหวัดบันเตียเมียนเจย ของกัมพูชามาก่อนที่จะมีการลงนาม MOU 2000 จึงขอให้คงสถานะเดิมไว้จนกว่างานกำหนดเขตแดนจะเสร็จสมบูรณ์ โฆษก ทบ.ชี้แจง ว่าการกล่าวอ้างดังกล่าวปราศจากหลักฐานอ้างอิง จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศในหลายห้วงเวลา พบว่ามีการสร้างชุมชนรุกล้ำประเทศไทย ละเมิด MOU 2000 ซึ่งไทยได้ประท้วงมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับเป็นฝ่ายกัมพูชาที่ไม่แก้ไขและยังขยายพื้นที่เพิ่ม

ส่วนประเด็นที่อ้างว่า การประท้วงของชาวบ้านกัมพูชาเป็นการตอบโต้อย่างยุติธรรม ต่อการละเมิดทรัพย์สินและบ้านเรือนของพวกเขา โฆษก ทบ.ชี้แจง ว่า มูลเหตุแห่งความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าวเกิดจากฝ่ายกัมพูชา สร้างชุมชนรุกล้ำดินแดนอธิปไตยของไทย ซึ่งฝ่ายไทยได้ประท้วงแต่กัมพูชาไม่แก้ไข จึงควรเป็นฝ่ายไทยที่เรียกร้องต่อการละเมิด ทั้งนี้ การรุกล้ำและการประท้วงโดยใช้สิ่งเทียมอาวุธของชาวบ้านกัมพูชา เป็นการกระทำที่พิสูจน์ทราบว่า มีเจ้าหน้าที่กัมพูชาให้การสนับสนุน เจ้าหน้าที่ไทยจึงจำเป็นต้องดูแลควบคุมความสงบเรียบร้อยตามหลักสากล

ส่วนประเทศที่กัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยแก้ไขปัญหาพื้นที่พิพาทนี้ผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) แทนที่จะพยายามบังคับใช้กฎหมายและอำนาจอธิปไตยของไทยด้วยกำลัง รวมถึงการบังคับขับไล่ชาวบ้านกัมพูชาออกไป โฆษก ทบ. กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่พิพาทหรือพื้นที่อ้างสิทธิตาม MOU 2000 แต่เป็นเขตแดนไทยที่ชัดเจน เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้กลไก JBC แก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ไทยได้ปฏิบัติตามกลไก JBC และ MOU 2000 มาโดยตลอด

ฝ่ายไทยยืนยันไม่มีแนวคิดหรือพฤติกรรมในการรุกล้ำเส้นเขตแดนกัมพูชา กลับเป็นฝ่ายไทยที่ถูกกัมพูชารุกล้ำละเมิด MOU อย่างต่อเนื่อง ปล่อยให้มีการสร้างอาคาร สถานที่ บ้านเรือน และชุมชน ทั้งในเขตพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ และในเขตที่เป็นอธิปไตยของไทย ซึ่งฝ่ายไทยได้ทำการประท้วงในกรอบ MOU แล้วกว่า 500 ครั้ง ในห้วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเพิกเฉย และไม่ยอมแก้ไข

โฆษก ทบ. ย้ำว่า ไทยยึดหลักการทำงานตามกรอบ JBC และ MOU 2000 เสมอมา แต่การที่กัมพูชาไม่แก้ไขปัญหาการสร้างสิ่งก่อสร้างรุกล้ำ กลับเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งกระบวนการของ JBC อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสะท้อนถึงความไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาเขตแดนร่วมกัน

การอ้างของกัมพูชาถึงความมุ่งมั่นต่อเงื่อนไขการหยุดยิงตาม GBC นั้น ขัดแย้งต่อหลักฐานที่กองทัพไทยตรวจพบ ไม่ว่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิด การเคลื่อนกำลัง และการใช้โดรนสอดแนมในพื้นที่ เป็นผู้สนับสนุน ปลุกปั่น และจัดฉากให้ประชาชนกัมพูชาออกมาชุมนุมประท้วงด้วยท่าทีที่ก้าวร้าว ก่อความไม่สงบในดินแดนไทย และใช้ความรุนแรงกับตำรวจไทย จนมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ไทยมุ่งมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยใช้ความอดทนอดกลั้นขั้นสูงสุดมาโดยตลอด