อนามัยโพลพบสาวไทย 88% ต้องการมีคู่ พร้อมมีลูก 63%

อนามัยโพลพบสาวไทย 88% ต้องการมีคู่ พร้อมมีลูก 63%

View icon 101
วันที่ 26 ก.ย. 2568 | 15.00 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อนามัยโพลพบสาวไทย 88% ต้องการมีคู่ พร้อมมีลูก 63% มีคู่ไม่อยากมีลูก 29% สวัสดิการเพิ่มเงินอุดหนุนถ้วนหน้า จูงใจมากที่สุด อยากได้สิทธิรักษาผู้มีบุตรยากฟรี

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยผลสำรวจอนามัยโพล เรื่อง “ระดับความพร้อมในการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์” ในกลุ่มหญิง ที่มีอายุ 19-49 ปี จำนวน 404 คน พบว่า มีอายุเฉลี่ย 34.2 ปี ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส หรือมีคู่ 67% ในขณะที่โสด 29% และเมื่อถามถึงความต้องการใช้ชีวิตคู่ พบว่า ต้องการมีคู่มากถึง 88% และมีผู้ที่ต้องการเป็นโสดอยู่ 12%

เมื่อถามถึงความต้องการมีบุตรในภาพรวม พบว่า หญิงไทยส่วนใหญ่ต้องการมีบุตร 63% และกำลังตั้งครรภ์ 8% ในขณะที่ไม่ต้องการมีบุตรที่ 29%

68d649b81bf7b7.23315611.PNG

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นถึงสวัสดิการที่สามารถจูงใจให้ตัดสินใจมีบุตรได้มากที่สุดคือ การเพิ่มเงินอุดหนุนในการเลี้ยงดูบุตรให้เป็นแบบถ้วนหน้า รองลงมาคือการเพิ่มจำนวนวันลาคลอดได้เป็น 180 วัน โดยได้รับเงินเดือนเต็ม รวมทั้งมีข้อเสนอเพิ่มเติมถึงสิทธิข้าราชการที่ควรเบิกค่าทำ ICSI / IVF ได้ 50-70% หรือมีสิทธิการรักษาผู้มีบุตรยากฟรีสำหรับผู้ที่เคยใช้วิธี IUI แล้วแต่ยังไม่ตั้งครรภ์

กรมอนามัย จึงเสนอแนวทางส่งเสริมการเตรียมความพร้อมตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพในหญิงไทยสำหรับทุกภาคส่วน ดังนี้

1 สื่อสารเพื่อสร้างความรู้ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์โดยใช้ช่องทางการสื่อสาร ที่หลากหลาย ทั้งสื่อดิจิทัล เครือข่ายบุคลากรสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนที่ยังขาดความรู้ เช่น ความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะโรคติดเชื้อ (เช่น เอชไอวี และซิฟิลิส) รวมถึงโภชนาการที่ถูกต้องก่อนตั้งครรภ์

2 ให้คำแนะนำเชิงรุกแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์และคู่สมรส พัฒนาคลินิกสำหรับให้คำปรึกษาก่อนตั้งครรภ์ในหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับ โดยบูรณาการการทำงานของบุคลากรด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ โภชนาการ และสุขภาพจิต โดยนำประเด็นเรื่องสวัสดิการที่รัฐให้การสนับสนุนเพื่อจูงใจให้ตัดสินใจมีบุตร

3 กำกับติดตามและประเมินผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์

68d649be54b4c4.98426404.PNG

ดร.นายแพทย์บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กล่าวว่า ผลสำรวจความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ พบว่า มีผู้ตอบถูกต้องมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เรื่องผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต/จิตเวช รวมถึงผู้ที่ใช้สารเสพติด ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ จะส่งผลกระทบต่อทารกหากเกิดการตั้งครรภ์ 2) ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ และ 3) การออกกำลังกายและการมีสุขภาพจิตที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์มากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง