อนามัยโพล เผยคนโสดเกือบร้อยละ 40 ส่วนใหญ่ไม่ต้องการมีลูก ให้ความสำคัญกับ “เงิน-งาน-สุขภาพ”
วันนี้ (14 ก.พ.69) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยผลการสำรวจอนามัยโพล เรื่อง “การมีคู่และแนวคิดการมีลูกในยุคปัจจุบัน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1-31 ม.ค.69 โดยมีผู้ตอบจำนวน 840 คน พบว่า มีสถานะโสด ร้อยละ 39.4 รองลงมาคือ แต่งงานหรืออยู่ด้วยกัน ร้อยละ 38.5 และมีคู่แล้ว ร้อยละ 15.8
เมื่อพิจารณามุมมองในเรื่องความหมายของครอบครัว ส่วนใหญ่ เห็นว่าการมีคู่ที่เข้าใจกันคือสิ่งสำคัญร้อยละ 39.4 รองลงมาให้ความสำคัญกับการมีลูกและเติบโตไปด้วยกัน ร้อยละ 27.1 และระบุว่าเป็นการดูแลพ่อแม่หรือครอบครัวเดิม ร้อยละ 24.8
สำหรับความต้องการมีลูก พบว่า กลุ่มผู้ตอบมีลูกอยู่แล้ว ร้อยละ 40.7 รองลงมาคือ ไม่ต้องการมีลูก ร้อยละ 23.8 และยังไม่อยากมีลูกในขณะนี้ ร้อยละ 15.9 ขณะที่ระบุว่าอยากมีลูกมีเพียงร้อยละ 13.8 สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนหรือความกังวลในการตัดสินใจมีลูกในอนาคต
ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างครอบครัวหรือมีลูกที่ผู้ตอบให้ความสำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงทางการเงิน ร้อยละ 30.0 รองลงมาคือ งานและเป้าหมายชีวิต ร้อยละ 28.5 และสุขภาพ ร้อยละ 22.0 ซึ่งสิ่งสนับสนุนที่ผู้ตอบต้องการและให้ความสำคัญมากที่สุด คือ บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย ร้อยละ 37.5 รองลงมาคือ สวัสดิการด้านครอบครัวและการมีลูก ร้อยละ 25.1 และงานหรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการมีครอบครัว ร้อยละ 23.8
อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ของครอบครัวในสังคมไทยปัจจุบันให้ความสำคัญกับความเข้าใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในครอบครัวขณะเดียวกัน การตัดสินใจมีลูกในปัจจุบันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะด้านการเงิน งานและเป้าหมายชีวิต รวมถึงสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ