ข่าวภาคค่ำ - บรรยากาศที่บ้านหนองหญ้าแก้ว คลายความตึงเครียดลง หลังชาวบ้านและทหารแนวหน้าปรับความเข้าใจกัน ร่วมวงกินข้าวกันอย่างชื่นมื่น
สถานการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว คลี่คลายลง เมื่อชาวบ้านและทหารปรับความเข้าใจกัน มีภาพสวมกอดคืนดีกัน และตั้งวง กินข้าวร่วมกัน โดยชาวบ้าน รับปากว่าจะยังเปิดครัว ทำอาหารส่งให้กับทหารเหมือนเดิม ส่วนการรื้อเต็นท์นั้น เนื่องจากหมดสัญญาเช่า จึงต้องส่งคืน
ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านจะไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยนำธงชาติไทยไปปักที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย แต่ทางทหารไม่ยินยอม ชาวบ้านจึงเกิดความไม่พอใจ ประกาศปิดครัว รื้อเต็นท์และเตรียมตัดน้ำทหาร
ด้าน พันเอก ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ชี้แจงเหตุที่ห้ามไปปักธงชาติไทย ทหารทำตามหน้าที่ ยอมโดนตำหนิ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเสี่ยงเกิดอันตรายจากวัตถุระเบิดตกค้าง
ขณะเดียวกันที่บ้านหนองหญ้าแก้ว วันนี้ ทหารช่างจากกองทัพภาคที่ 1 ได้นำรถเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ เพื่อขยายถนนทางเข้า หลังถนนในจุดนี้ ทหารไทยยึดพื้นที่คืนมาจากกัมพูชา จากเดิมถนนมีความกว้างประมาณ 3 เมตร จะขยายเป็น 5-8 เมตร ระยะทางยาวกว่า 500 เมตร
ด้านจังหวัดสระแก้ว ออกแถลงการณ์ หลังได้รับหนังสือประท้วงจากกัมพูชา 2 ฉบับ กรณีทหารไทยนำเครื่องจักร รถบรรทุกดิน ทำทางและวางเสาไฟฟ้า รวมทั้งอ้างว่า ติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่บ้านโจกเจย และบ้านไปรจัน ตำบลโอร์แบ็ยเจือน อำเภอโอร์โจรว
และฉบับที่ 2 ประท้วงกรณีจังหวัดสระแก้วประกาศใช้กฎหมายประเทศไทยกับชาวกัมพูชา
จังหวัดสระแก้ว แถลงการณ์โต้ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการบิดเบือนความจริง และผิดหวังกับกัมพูชา เรียกร้องให้จังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย เร่งจัดทำแผนอพยพราษฎรกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่ไทย ภายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ พร้อมยุติการยั่วยุสร้างความขัดแย้ง หากไม่ดำเนินการ ไทยจะไม่รับฟังการประท้วงทุกกรณี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้ประสานกับกองทัพว่า จะเสริมตำรวจตระเวนชายแดน และฝ่ายปกครอง เข้าไปในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อช่วยทหาร
หากสถานการณ์ตึงเครียดจะต้องเตรียมพร้อมเรื่องศูนย์อพยพ ส่วนมาตรการการตอบโต้ ได้ไฟเขียวให้กองทัพมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องการรักษาอธิปไตย