เวลา 08.45 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2567 เป็นวันแรก โดยปีนี้ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาแด่สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน
จากนั้น พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากคณะต่าง ๆ ประจำปีการศึกษา 2567 ทั้งในรอบเช้า และรอบบ่าย รวม 2,479 คน และพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน, พระราชทานกิตติบัตรแก่ศาสตราจารย์กิตติคุณ ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 5 คน และผู้ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นกองทุนวิจัยรัชดาภิเษกสมโภช ประจำปีงบประมาณ 2568 จำนวน 3 คน
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "ผู้สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตในวันนี้ คงทราบตระหนักดีว่า การศึกษาเล่าเรียนในปัจจุบัน มีเครื่องมือ มีสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ช่วยให้เล่าเรียนได้ง่ายรวดเร็ว มีช่องทางที่จะค้นคว้าหาความรู้ได้กว้างขวางมากขึ้น สิ่งประดิษฐ์เช่นคอมพิวเตอร์ เดิมใช้เก็บประมวลข้อมูล ใช้ค้นคว้า จัดระบบได้สะดวก เป็นประโยชน์แก่ทั้งวงวิชาการ และอาชีพโดยทั่วไป ต่อมาเทคโนโลยีก้าวหน้าพัฒนา จึงสามารถเรียบเรียงประมวลความคิด สร้างภาพเสมือนได้ ส่วนเครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ พัฒนาให้ใช้งานได้สะดวกแม่นยำ เป็นเครื่องอัตโนมัติ ไม่ต้องอาศัยมนุษย์คิดหรือคำนวณ การพัฒนาทางวิชาการเทคโนโลยี จึงหนักไปทางพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และเครื่องมือ ให้ทำการแทนมนุษย์ให้ได้มากหรือเทียบเท่ามนุษย์ การศึกษาเล่าเรียนก็เป็นไปเพื่อใช้สิ่งประดิษฐ์หรือเครื่องมือเป็นสำคัญ ข้อนี้อาจทำให้การศึกษาวิชาการหลักอ่อนด้อยลง จึงมีข้อคิดข้อควรระวังอยู่บ้าง
การพึ่งพาสิ่งประดิษฐ์หรือเครื่องมืออย่างเต็มที่ เป็นเรื่องอันตราย เมื่อระบบหรือเครื่องมือเสียใช้การไม่ได้ หากไม่มีความรู้พื้นฐาน จะแก้ไขได้ยากยิ่ง เป็นเหตุให้ทำการต่าง ๆ ไม่ได้ สิ่งประดิษฐ์และเครื่องมือย่อมอาศัยความรู้ที่มีรากฐานวิชาการอย่างลึกซึ้ง และถูกต้องนำมาประยุกต์จึงจะเกิดขึ้นได้ บัณฑิตจึงควรใส่ใจวิชาการอันเป็นรากฐาน อย่าหวังพึ่งแต่สิ่งประดิษฐ์หรือเครื่องมือมากจนเกินไป อีกประการหนึ่ง สิ่งประดิษฐ์หรือเครื่องมืออาจจะแม่นยำหรือรวบรวมข้อมูลได้มาก แต่ไม่มีอะไรประกันได้ว่า ข้อมูลนั้น ๆ จะถูกต้องแม่นยำเสมอไป บัดนี้สิ่งประดิษฐ์สามารถสร้างเรื่อง สร้างภาพเองได้ หากเชื่อข้อมูลทั้งหมด ไม่ตรวจสอบหรือไม่มีความรู้ความรอบคอบที่จะตรวจสอบ จะเกิดความเสียหายในวงกว้างได้ เกิดการหลอกลวงทางสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นข่าวอยู่เนือง ๆ หรือเกิดการปลุกปั่นยุยงให้ข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ทำให้มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้ใช้เครื่องมือ แต่ถูกเครื่องมือใช้ พึงระลึกอยู่เสมอว่า สิ่งประดิษฐ์และเครื่องมือเป็นเครื่องช่วยให้การศึกษา การทำงานได้รวดเร็วสะดวกขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ความรู้หรือวิชาการโดยตรง
บัณฑิตผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาการ มีหน้าที่รับผิดชอบด้านวิชาการและการนำวิชาการไปใช้ จึงต้องศึกษาและไม่ละเลยความรู้พื้นฐานก่อน จึงจะใช้สิ่งประดิษฐ์และเครื่องมือได้ถูกต้องอย่างมีสติ ตรวจสอบไตร่ตรองไม่ให้เกิดความเสียหาย รวมทั้ง ต้องเป็นผู้นำทางที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้สิ่งประดิษฐ์และเครื่องมือต่าง ๆ ด้วย การใช้เครื่องมือสิ่งประดิษฐ์จึงจะมีผลเป็นประโยชน์แก่ตนเองและบ้านเมืองอย่างแท้จริง"