ฟ้าหลังฝน น้องอุ้ม พัฒนาการดีขึ้นตามลำดับ กลับมาฟื้นฟูร่างกายที่ รพ.อุ้มผาง ครบ 2 ปี หลังอุบัติเหตุรถพยาบาลรีเฟอร์ส่งผู้ป่วยที่ติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง ชนกับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ปัจจุบันยังพูดไม่ได้ น้องและคุณแม่ ฝากรูปรอยยิ้มมาให้ทุกท่านเป็นการขอบคุณ ขอช่วยกันเป็นกำลังใจให้น้องกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติและมีความสุข
วันนี้ (2 ต.ค.68) หมอเบียร์อัปเดตการรักษา “น้องอุ้ม” พยาบาล รพ.อุ้มผาง จ.ตาก หลังเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุรถพยาบาลรีเฟอร์ส่งผู้ป่วยที่ติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงมารักษาที่โรงพยาบาลแม่สอดชนกับรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ผ่านเพจ “เรื่องเล่าหมอชายแดน” โดยระบุว่า วันนี้ (2 ต.ค.68) จะเป็นวันที่ “น้องอุ้ม” น.ส.ปุณยวีร์ ศรีดวงแปง ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก ได้กลับมาพักฟื้นร่างกายที่ รพ.อุ้มผางครบ 2 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.65 เวลา 22.30 น. น้องอุ้มบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองฉุกเฉินที่ รพ.แม่สอด มีซี่โครงหัก และมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณขา
2 วันต่อมาได้ความช่วยเหลือจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ประสานส่งต่อ รพ.ราชวิถี โดยเฮลิคอปเตอร์ศูนย์นเรนทรและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ได้เข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตระยะหนึ่ง ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ มีภาวะฉุกเฉินหัวใจเต้นช้าจนต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ได้ทำกายภาพอย่างต่อเนื่องจนร่างกายค่อย ๆ ฟื้นฟูจนผ่านระยะวิกฤต
ต่อมา “น้องอุ้ม” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้เป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ตลอดการรักษา รักษาตัวใน รพ.ราชวิถีตั้งแต่ 17 ม.ค.65 จนถึง 7 ก.พ.66 (ประมาณ 1ปี) ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลราชวิถีเป็นอย่างดีมาก หลังจากนั้นย้ายไปดูแลต่อที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ได้รับการฟื้นฟูอย่างดีจนอาการคงที่ ซึ่งต้องขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกท่านของ รพ.ราชวิถี และสถาบันสิรินธร เป็นอย่างสูง
วันที่ 2 ต.ค.66 “น้องอุ้ม” ได้กลับมาแอดมิทใน รพ.อุ้มผาง เพื่อดูแลฟื้นฟูต่อ ปัจจุบันทาง รพ.อุ้มผาง ได้จัดสถานที่ดูแล “น้องอุ้ม” ภายในโรงพยาบาล มีคุณแม่และคุณพ่อช่วยกันดูแล โดยคุณแม่เป็นผู้อภิบาลหลัก แขนขาด้านขวาสามารถขยับได้แรงดี แต่แขนขาด้านซ้ายอ่อนแรงไม่สามารถขยับได้ ยังกลืนเองไม่ได้ต้องให้อาหารเหลวทางสายยาง โดยผ่าตัดสายสวนที่กระเพาะอาหารจาก รพ.แม่สอด ปัจจุบันยังพูดไม่ได้ ทำตามสั่งได้เล็กน้อย เช่น ชูจำนวนนิ้วตามคำสั่ง, มองตามสิ่งของ, ยิ้ม, เอื้อมมือจับลูกบอลหรือสิ่งของเบา ๆ โดยวางแผนการฟื้นฟูร่วมกันทั้งแพทย์ นักกายภาพและนักกิจกรรมบำบัด
นึกย้อนกลับไปวันแรกที่ “น้องอุ้ม” ประสบอุบัติเหตุ การที่น้องรอดชีวิตและมีพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับคือของขวัญของพวกเราทุกคน วันนี้ “น้องอุ้ม” และคุณแม่ได้ฝากรูปรอยยิ้มมาให้ทุกท่านเป็นการขอบคุณ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ขอช่วยกันเป็นกำลังใจให้ “น้องอุ้ม” ต่อไปด้วย ขอให้น้องกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติและมีความสุข
ทุกท่านมีส่วนร่วมในการส่งกำลังใจมาให้จากทั่วทุกสารทิศเมืองไทย ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือน้องอุ้มและครอบครัว (กองทุนพี่ช่วยน้อง) วันที่ 4 เม.ย.65 ทางกลุ่มการพยาบาล รพ.อุ้มผาง ประกาศสรุปเงินบริจาคจำนวน 1,710,254 บาท เงินกองทุนนี้ได้นำมาใช้จ่ายเพื่อการรักษาฟื้นฟูน้องอุ้ม เช่น การจ้างพี่เลี้ยงช่วยดูแล ค่าแพมเพิร์สและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอด 3 ปี 10 เดือนที่ผ่านมา ช่วยเหลือครอบครัว “น้องอุ้ม” ได้อย่างมาก
ทางครอบครัวและ รพ.อุ้มผาง ขอกราบขอบพระคุณผู้มีส่วนช่วยเหลือ “น้องอุ้ม” ทุกท่าน ทุกหน่วยงาน ระลึกเสมอว่าแม้พวกเราจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร แต่เมื่อเกิดภัยกับชีวิตและร่างกาย คนไทยทุกคนก็พร้อมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละอย่างทันที ต่อจากนี้วางแผนว่า หากอาการคงที่จะได้ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นต่อที่บ้านในอำเภออุ้มผาง หากท่านอยากจะช่วยเหลือ “น้องอุ้ม” และครอบครัวยังสามารถบริจาคในบัญชีกองทุนพี่ช่วยน้อง หรืออยากจะช่วยเหลือเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นแพมเพิร์ส สามารถติดต่อที่ รพ.อุ้มผาง โทร 055-561270 ติดต่อฝ่ายการพยาบาล