ผลชันสูตรยืนยัน ช้างป่าเขาคิชฌกูฏล้มกลางสวนผลไม้ สาเหตุมาจากถูก “ไฟฟ้าช็อต”

ผลชันสูตรยืนยัน ช้างป่าเขาคิชฌกูฏล้มกลางสวนผลไม้ สาเหตุมาจากถูก “ไฟฟ้าช็อต”

View icon 16
วันที่ 26 พ.ค. 2569 | 18.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผลการผ่าชันสูตรเผยชัด ช้างป่าเขาคิชฌกูฏล้มกลางสวนผลไม้ ยืนยันสาเหตุหลักมาจากการถูก "ไฟฟ้าช็อต" เตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (26 ก.พ. 69) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยความคืบหน้ากรณีการพบซากช้างป่า เพศผู้ ล้มบริเวณท้ายสวนผลไม้ (พื้นที่ถือครอง ภบท.5) ของอดีตกำนันตำบลคลองพลู หมู่ที่ 9 ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี (ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติประมาณ 14.67 กิโลเมตร)

โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่เพื่อทำการผ่าพิสูจน์ซากช้างป่าหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด จากการตรวจสอบพบว่าช้างป่า เพศผู้ อายุประมาณ 30 ปี น้ำหนักราว 4,500-5,000 กิโลกรัม คาดว่าตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน มีบาดแผลสำคัญคือซากฝั่งซ้ายพบผิวหนังมีลักษณะเป็นเนื้อตายแห้ง แข็ง และมีรอยไหม้เป็นแนวเส้นตรงเด่นชัด ยาวประมาณ 57 เซนติเมตร บริเวณหลังดวงตาซ้าย และยาวอีก 27 เซนติเมตร บริเวณคาง นอกจากนี้ ยังพบรอยไหม้ลักษณะเดียวกันที่บริเวณด้านล่างของปลายลำงวง ซึ่งเป็นจุดสัมผัสหลัก เมื่อผ่าเปิดชั้นใต้ผิวหนังลึกลงไป พบกล้ามเนื้อมีลักษณะสลายตัว ซึ่งเป็นอาการจำเพาะที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อร่างกายถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่าน

ส่วนกรณีพบแผลหลุมขนาดเล็กบริเวณกกหูขวา คาง และหน้าอก เมื่อผ่าเปิดพบวัตถุโลหะฝังอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งถูกนำไปตรวจสอบร่วมด้วยเพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี แต่อย่างไรก็ตาม สัตวแพทย์ระบุว่า รอยไหม้และสภาพกล้ามเนื้อสลายตัวคือกุญแจสำคัญที่ยืนยันการเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้า

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. นายชวินทฐ์ ปิ่นแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ได้ประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาคิชฌกูฏ, นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ และหน่วยพิสูจน์หลักฐานจังหวัดจันทบุรี (ศพฐ.2) เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อเก็บหลักฐานเชื่อมโยงเกี่ยวกับแนวสายไฟและที่มาของกระแสไฟฟ้าในจุดเกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ได้มีการจัดประชุมด่วนระหว่างอุทยานแห่งชาติฯ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น และพนักงานสอบสวน เพื่อหารือแนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริงและเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและรอผลแล็บทางการเพื่อสรุปสำนวนคดีอย่างรัดกุมก่อนดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง