นิพิฎฐ์ ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนคำพูดของ ไชยชนก รมว.ดีอี กรณีมีคนเสนอเงินให้ 40 ล้าน แลกกับการไม่จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นิพิฎฐ์ ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนคำพูดของ ไชยชนก รมว.ดีอี กรณีมีคนเสนอเงินให้ 40 ล้าน แลกกับการไม่จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

View icon 203
วันที่ 2 ต.ค. 2568 | 14.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“นิพิฎฐ์” ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนคำพูดของ "ไชยชนก" รมว.ดีอี กรณีมีคนเสนอเงินให้ 40 ล้าน แลกกับการไม่จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงวาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นกรณีที่อาจเข้าข่าย “การให้สินบนเจ้าพนักงาน” หรือ หากไม่จัดการ  รมว.ดีอีสุ่มเสี่ยงละเว้นหน้าที่

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดพัทลุง นาย นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยกลางสภาผู้แทนราษฎรว่า มีบุคคลเสนอเงินตอบแทนเดือนละกว่า 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นาย นิพิฎฐ์ กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงวาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นกรณีที่อาจเข้าข่าย “การให้สินบนเจ้าพนักงาน” ซึ่งสังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีการเสนอเงินและการละเว้นปฏิบัติหน้าที่เกิดขึ้นหรือไม่

“ท่านรัฐมนตรีก็เหมือนพระ เวลายังไม่ได้เป็นรัฐมนตรีจะพูดอะไรก็ได้ แต่เมื่อดำรงตำแหน่งแล้ว คำพูดหรือการกระทำมีผลทางกฎหมาย หากมีคนมาเสนอเงินให้ ท่านต้องดำเนินคดีกับผู้เสนอ หากไม่ดำเนินการก็อาจเข้าข่ายละเว้นหน้าที่” นาย นิพิฎฐ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐมนตรีมอบหมายให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว อาจเป็นการ “เบี่ยงประเด็น” เพราะผู้ถูกตรวจสอบคือรัฐมนตรีเอง ไม่ใช่ระดับข้าราชการประจำ ดังนั้น อำนาจตรวจสอบควรมาจากนายกรัฐมนตรีหรือองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. เท่านั้น

“ผมตัดสินใจยื่นเรื่องในฐานะพลเมือง ไม่ใช่นักการเมือง เพราะเห็นว่าสังคมควรได้ความจริงชัดเจน เรื่องนี้เกี่ยวพันกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนจำนวนมาก หากไม่เร่งตรวจสอบก็จะเป็นบรรทัดฐานที่อันตราย” นิพิฎฐ์ ย้ำ.