สุดชายแดนตราด เขมรสร้างแนวดักตะกอน ทำชายฝั่งไทยถูกกัดเซาะ

สุดชายแดนตราด เขมรสร้างแนวดักตะกอน ทำชายฝั่งไทยถูกกัดเซาะ

View icon 723
วันที่ 12 ต.ค. 2568 | 11.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สว.นพดล ลงพื้นที่สุดชายแดนตราด พบเขมรสร้างแนวดักตะกอน ทำชายฝั่งไทยถูกกัดเซาะ แนะกองทัพเรือ กางแผนที่ดาวเทียม เปรียบเทียบเป็นรายปี แฉเล่ห์กัมพูชา ไม่ยอมรับหลักหมุดที่ 73 พยายามขยับล้ำ  ”อภิสิทธิ์“ เข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ. 27 ต.ค.นี้ ประเด็นยกเลิก MOU44

วันนี้ (12 ต.ค.68) นายนพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวถึงความคืบหน้าในการศึกษา MOU 2543-2544 ว่า เมื่อวันที่ 9-10 ต.ค.68 กมธ.ได้ลงพื้นที่จังหวัดตราด ไปดูหลักหมุดของเขตไทย-กัมพูชาที่ 73 ซึ่งเป็นหลักมุดสุดท้าย อยู่บนพื้นที่ No man land โดย กมธ. ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก จากนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เช่น ข้อมูลว่ามีการละเมิดของฝั่งกัมพูชา ที่ จ.จันทบุรี และตราด หลายครั้งมาก ฝ่ายไทยก็ประท้วงไปหลายครั้ง ในครั้งนี้ กมธ. ได้ไปสุดชายแดน ซึ่งได้รับรายงานว่าฝ่ายกัมพูชายังไม่อยากยอมรับหลักหมุดที่ 73 ของเรา และพยายามจะเลื่อนมาทางฝั่งไทย นอกจากนี้ หลักหมุดที่ 72 ก็สูญหายไป ต้องใช้หลักหมุดชั่วคราวไป

"เราลงไป ฝ่ายกัมพูชาก็ถ่ายรูปเราไปพอสมควร เราเห็นการสร้างอาคารที่จะทำเป็นแนวดักตะกอน ยื่นออกไปในทะเลตรงนั้น ตรงสุดปลายเขตของไทย ที่เชื่อมระหว่างกัมพูชากับ จ.ตราด ทำให้มีการกัดเซาะพื้นที่ของประเทศไทย ผมจึงขอให้กองทัพเรือ ใช้แผนที่ดาวเทียมมาเปรียบเทียบ เพื่อให้รู้ว่าดินถูกกัดเซาะเท่าไหร่ ตรงนี้เราจะได้เก็บมาเป็นข้อมูลทั้งหมด“ นายนพดล กล่าว

ส่วนที่มีการถกเถียงว่าควรยกเลิก MOU 2543-2544 หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ประชาชนยังขาดข้อมูล โดยในปี ค.ศ. 1909-1910 หลังจาก 3 ปี ที่ไทยได้จันทบุรีและตราดคืนมาแล้ว ตอนนั้นก็มีการปักหลักไม้ เกิดขึ้นตลอดแนวแล้ว หลังจากนั้น 10 ปี  ก็มีการปักหลักปูน ที่สำคัญ ในปี พ.ศ. 2538 ช่วงที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ไปเจรจากับกัมพูชา แล้วตั้งคณะกรรมการ GBC และ RBC แล้วหลังจากนั้นจึงเกิด JBC ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดก่อน MOU 2543-2544 ตนมองว่าไม่ว่าจะมี MOU 2543-2544 หรือไม่ ก็มีคณะกรรมการเหล่านี้อยู่ดีที่รองรับได้

“หลักหมุด 73 หลัก ที่ตกลงกันได้ 45 หลัก ถ้าทั้งสองฝ่ายจริงใจต่อกัน ผมคิดว่ายกเลิกหรือไม่ ตรงนั้นเขายอมรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมาจากพื้นฐานอะไร แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับอยู่แล้ว ถ้าทะเลาะกันมากๆ ถึงมี MOU อยู่ ถ้าเขาจะไม่ยอมรับขึ้นมา มันก็เป็นไปได้หมด ขึ้นอยู่กับการเคารพของแต่ละฝ่าย อันนี้สำคัญ” นายนพดล กล่าว

นายนพดล ระบุว่า ตนได้ประสานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี มาให้ข้อมูลกับ กมธ. ในวันที่ 28 ต.ค.68 เพราะขณะที่เป็นนายกฯ เคยนำเรื่องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการยกเลิก MOU 2544 แต่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ก็ได้ตกลง 

เมื่อถามว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมรัฐบาลไม่ใช้กลไกสภา ในการยกเลิก MOU 2543-2544 เหตุใดถึงใช้การทำประชามติ นายนพดล กล่าวว่า ขณะนี้ อย่างน้อยก็มี กมธ.ของ สว.อยู่แล้ว ซึ่งตนได้เรียนกับ กมธ. ตั้งแต่วันแรกว่าเราจะไม่ยึดโยงกับเรื่องอื่น เราจะยึดผลประโยชน์ของชาติและแผ่นดินเป็นหลัก เป็นกลางจริง ๆ เราอยากให้ข้อมูลกับประชาชน ศึกษาข้อดีข้อเสีย เราจะบอกและให้ข้อมูลเป็นระยะ ๆ ตนได้ประสานไปยังประธานวุฒิสภาแล้ว ว่าจะรายงานความคืบหน้า ไม่ประชุมลับ เปิดเผยได้ตลอด อยากให้ประชาชนได้เห็นด้วยว่าเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรต่อ