เวลา 09.13 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นผู้แทนพระองค์ นำคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคู่สมรส เยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของจังหวัด เปิดเมื่อปี 2491 ปัจจุบัน เป็นโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 307 เตียง โดยเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "อาคารสิริวรารักษ์" เพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้มีมาตรฐาน รองรับผู้ป่วยในพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมกัน มีส่วนงานที่สำคัญ อาทิ ศูนย์โรคไตครบวงจร รองรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ได้วันละกว่า 60 คน, ด้านการแพทย์ปฐมภูมิ มีทีมสหสาขาวิชา ดูแล เยี่ยมบ้านผู้ป่วยครอบคลุมทุกตำบลในอำเภอศรีสำโรง, กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ช่วยบำบัดรักษาแบบธรรมชาติ เน้นผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวด เป็นการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน ด้วยภูมิปัญญาไทย ผลิตยาสมุนไพร ได้แก่ ลูกประคบ ยาสมุนไพรแช่เท้า ยาสมุนไพรพอกเข่า
พร้อมกันนี้ ได้ติดตามการดำเนินงานของโรงพยาบาลสุโขทัย ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 2506 ปัจจุบัน เป็นโรงพยาบาลขนาด 320 เตียง ดูแลสุขภาพประชาชนแบบองค์รวม มีแผนกเวชศาสตร์การกีฬา แผนกระบบหัวใจหลอดเลือด แผนกระบบประสาทและสมอง ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวดเร็ว และแม่นยำ ลดความเสี่ยงของภาวะรุนแรง มีโอกาสรอดชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ร่วมมือกับโรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย และสถาบันพระบรมราชชนก จัดตั้งศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก เพื่อเป็นศูนย์กลางวิชาการทางการแพทย์ ฝึกอบรม และการวิจัย ยกระดับคุณภาพบริการด้านสุขภาพ ให้มีมาตรฐานสูงยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย
เวลา 13.30 น. นำคณะกรรมการฯ ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง อำเภอเมืองฯ ซึ่งกรมศิลปากรจัดสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติและประกาศ พระอัจฉริยคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ในพระราชวงศ์พระร่วง พระองค์ที่ 3 ที่ปกครองกรุงสุโขทัย ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในพื้นที่บริเวณเมืองโบราณสุโขทัย ด้านทิศตะวันออก เพื่อเก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ ภายหลังจากที่กองโบราณคดี ดำเนินการสำรวจ ขุดแต่ง และบูรณะโบราณสถานเมืองโบราณ เมื่อปี 2496 ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ประกอบด้วย อาคารอนุสรณ์ลายสือไท จัดแสดงนิทรรศการภาพ เรื่อง "สุโขไท - สุโขทัย อดีตและปัจจุบัน" เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสุโขทัยในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย จนถึงการพัฒนาเมืองสุโขทัยให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ โดยใช้แผนที่โบราณและปัจจุบันแบบ 3 มิติ จำลองผังเมืองสุโขทัย และเรื่องราวการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บูรณะเมืองโบราณสุโขทัย ให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร
ส่วนอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจทางโบราณคดี การขุดแต่งโบราณสถานในจังหวัดสุโขทัย และโบราณสถานในจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และตาก แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในอดีตบนผืนแผ่นดินไทย ตลอดจน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่พระโบราณวัตถาจารย์ (พระราชประสิทธิคุณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชธานี และเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย ได้อนุญาตให้เคลื่อนย้ายจากพิพิธภัณฑ์ในวัดราชธานีมาเก็บรักษาและจัดแสดง ส่วนของระบบชลประทานในอดีต มีการผันน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำสรีดภงส์ หรือ ทำนบพระร่วง ผ่านคลองเสาหอ มาใช้ในเมืองโบราณสุโขทัย หรืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีอาคารปูนปั้นประติมาคาร จัดแสดงประติมากรรมปูนปั้น ที่ใช้สำหรับประดับตกแต่งปราสาท เจดีย์ วิหาร และอาคารต่าง ๆ ที่พบจากโบราณสถานในจังหวัดสุโขทัย และใกล้เคียง ส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุขนาดใหญ่ โบราณสถานที่เหลือเพียงส่วนฐานที่ได้รับการขุดแต่งและบูรณะ เมื่อปี 2544, การจำลองเตาเผาเครื่องสังคโลก แสดงให้เห็นรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตเครื่องสังคโลกสุโขทัย และอาคารไม้โถง จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ วัตถุทางชาติพันธุ์
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพิพิธภัณฑ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง เมื่อปี 2507
เวลา 15.18 น. นำคณะกรรมการฯ ไปชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี 2534 มีเนื้อที่ จำนวน 43,750 ไร่ เมืองสุโขทัยในอดีตได้คิดค้นขุดตระพัง หรือคลอง เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง มีสถานที่สำคัญ อาทิ วัดมหาธาตุ เป็นวัดหลวงประจำกรุงสุโขทัย ภายในวัดฯ มีโบราณสถาน เช่น เจดีย์ประธาน วิหาร มณฑป อุโบสถ และเจดีย์ราย จำนวน 200 องค์ เจดีย์ประธานของวัด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รายรอบเจดีย์ประธานมีเจดีย์บริวาร จำนวน 8 องค์ เดิมในวัดมหาธาตุ เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดสุทัศนเทพวราราม โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช พระราชทานนามว่า พระศรีศากยมุนี นอกจากนี้ มีพระพุทธรูปยืนที่มีขนาดใหญ่สูง 18 ศอก นามว่า "พระอัฏฐารศ"
ส่วนเตาทุเรียง ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย คือ เตาเผาเครื่องสังคโลก สำรวจพบมากกว่า 60 เตา สร้างจากอิฐเผาไฟ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ห้องใส่เชื้อเพลิง ที่วางภาชนะ และปล่องไฟสำหรับระบายความร้อน เพื่อผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีเนื้อแกร่ง เคลือบสี และเขียนลายใต้เคลือบสีดำ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา หรือ สังคโลก ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในสมัยกรุงสุโขทัย และวัดพระพายหลวง เป็นศูนย์กลางของชุมชน โบราณสถานเก่าแก่ที่สุดของวัด คือ พระปรางค์ 3 องค์ เป็นปรางค์ประธานของวัด ด้านหน้าของวัดเป็นอาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น 4 อิริยาบถ คือนั่ง นอน ยืน เดิน
จากนั้น เยี่ยมชมวัดศรีชุม ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองตรงมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีสิ่งสำคัญ ได้แก่ อาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ11 เมตร เชื่อกันว่าชื่อพระพุทธรูปเรียกตามที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า "พระอจนะ" มีความหมายว่า "ผู้ไม่หวั่นไหว" ได้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ราว ปี 2496-2499 โอกาสนี้ ฟังบรรยายเรื่อง "องค์ความรู้ใหม่ในประวัติศาสตร์และโบราณคดีสุโขทัย"
สำหรับคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี มีการจัดประชุมในเดือนตุลาคมของทุกปี เพื่อพิจารณารายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกแล้วจากคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการ ที่เสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการพิจารณาเป็นขั้นสุดท้าย และการพิจารณาจะเน้นที่ความเป็นเอกฉันท์
โอกาสนี้ วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ได้จัดการแสดงระบำเทวีศรีสัชนาลัย, การแสดงพื้นบ้าน "เทพทองสุโขทัย" และการแสดงละครบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 เรื่อง "พระร่วง" ตอน "ขอมดำดิน" เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์และความงดงามของนาฏศิลป์ไทย สะท้อนถึงภูมิปัญญาและรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของชาติ โดย จังหวัดสุโขทัย ถือเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมไทยและศิลปะดั้งเดิมที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ