จำคุก 2 ปี อัยการเรียกเงิน 5 แสน ช่วยวิ่งคดีชาวจีนปลอมพาสปอร์ต

จำคุก 2 ปี อัยการเรียกเงิน 5 แสน ช่วยวิ่งคดีชาวจีนปลอมพาสปอร์ต

View icon 155
วันที่ 21 ต.ค. 2568 | 20.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งจำคุก 2 ปี อัยการเรียกเงิน 5 แสน ช่วยวิ่งคดีชาวจีนปลอมพาสปอร์ต ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การเป็นประโยชน์ ลงโทษเหลือก 1 ปี 4 เดือน ทั้งคู่ได้ประกันตัว

วันนี้ (21 ต.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 (ยานนาวา) และ น.ส.ธัญญา จำเลยที่ 1-2

โดยคดีนี้ ป.ป.ช. ชี้มูลว่า ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. 2562 – 29 ม.ค. 2563 น.ส.ธัญญา ได้ติดต่อกับญาติผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมหนังสือเดินทาง และใช้หนังสือเดินทางปลอมของ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และนัดหมายให้พบกับว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ โดยว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ ได้อ้างกับญาติผู้ต้องหาว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีได้ และเรียกรับเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 5 แสนบาท ญาติผู้ต้องหาได้หลงเชื่อและจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ ผ่าน น.ส.ธัญญา การกระทำของว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ กับพวก จึงเป็นการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมาย เพื่อให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่ผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ ยื่นฟ้อง ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ กับพวก ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่จำเลยต่อสู้ว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจเห็นว่า แม้จะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะไปติดต่อพูดคุยกับเจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานอัยการจริงหรือไม่ ถือว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาแสดงออกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ติดต่อกับเจ้าพนักงานตำรวจและพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องกับคดี แสดงว่าเงิน 5 แสนบาท เป็นเงินให้เพื่อตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริต กฎหมายให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่ผู้ที่ถูกดำเนินคดีอาญา ไม่ว่าจำเลยทั้งสองจะตั้งใจไปติดต่อกับพนักงานอัยการหรือตำรวจจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแสดงให้น่าเชื่อถือว่าได้ช่วยเหลือคดีแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 กับ 2 ร่วมกันเรียกเงินและได้รับตามที่เรียกดังกล่าวแล้ว จึงเป็นความผิดตามฟ้อง

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143  พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 เพียงบทเดียว จำคุกคนละ 2 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชแก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน

ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์

ผู้สื่อรายงานว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติให้ว่าที่ร้อยตรี อภิสัคค์ ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่ตอนที่อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ มีคำสั่งยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง