ชายกร่าง! แพ้เสียงแตร ผลักอกครูสาว ทำเด็กในรถเสียขวัญ

ชายกร่าง! แพ้เสียงแตร ผลักอกครูสาว ทำเด็กในรถเสียขวัญ

View icon 112
วันที่ 6 เม.ย. 2569 | 17.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชายกร่าง! เล่นมือถือขณะขับรถ พอโดนบีบแตรเตือนก็โมโห ซิ่งปาดหน้าก่อนลงไปหาเรื่องคู่กรณีซึ่งเป็นครูสาวทั้งผลักอกและด่าทอด้วยคำหยาบคาย แถมข่มขู่เด็กๆ ที่มากับคู่กรณีจนเสียขวัญร้องไห้ระงม

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก "เจ๊ม้อย V2+" ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ชายขับเก๋งคนหนึ่งแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ขับรถปาดหน้าและลงมาผลักอกผู้หญิงคนขับรถกระบะ ซึ่งภายในรถกระบะมีเด็กนั่งมาด้วย 4 คน และหนึ่งในนั้นเป็นผู้พิการที่ต้องใช้วีลแชร์ ทำให้เด็กๆ หวาดผวาจนร้องไห้ โดยระบุว่าเหตุเกิดบริเวณคลอง 10 จ.ปทุมธานี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับผู้เสียหาย ทราบชื่อคือ น.ส.สุดาวรรณ อายุ 33 ปี เป็นครูอัตราจ้าง โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ คลอง 9 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.30 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถกระบะไปโรงเรียน โดยมีลูกๆ และเพื่อนของลูกซึ่งเป็นเด็กพิการนั่งมาด้วย

รถของตนอยู่ด้านหลังรถของคู่กรณี สังเกตเห็นว่ารถคู่กรณีขับช้าผิดปกติและแช่เลนขวา เมื่อลูกๆ มองไปก็พบว่าคนขับกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือ ตนจึงบีบแตรเตือนไป 2 ครั้งเพื่อขอทาง แต่รถคู่กรณีกลับไม่หลบ ตนจึงตัดสินใจเปลี่ยนช่องจราจรมาเลนกลาง รถคันดังกล่าวก็ขับปาดหน้ามาเลนกลางเพื่อไม่ให้แซง เมื่อตนเบี่ยงกลับไปเลนขวา คู่กรณีก็ปาดหน้าขวางไว้อีก จนกระทั่งตนตัดสินใจเบี่ยงออกเลนกลางอีกครั้ง คู่กรณีได้ขับปาดหน้าและเหยียบเบรกกะทันหันเพื่อให้รถของตนชนท้าย แต่ตนเบรกทัน

เมื่อขับมาถึงบริเวณสะพานลอยคลอง 10 ตนจึงตัดสินใจจอดรถริมถนน หลังจากจอดรถ ชายคู่กรณีได้ลงจากรถและปรี่เข้ามาหาตนพร้อมพูดจาต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนจะใช้มือผลักอกตน ตนเห็นท่าไม่ดีจึงชวนไปเคลียร์ปัญหาที่สถานีตำรวจแต่คู่กรณีไม่ยอม ในจังหวะนั้นมีผู้ปกครองของนักเรียนที่โรงเรียนผ่านมาพบเหตุการณ์จึงพยายามเข้ามาห้ามปราม แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่หยุด ซ้ำยังพยายามถ่มน้ำลายใส่ตนแต่ไม่โดน

นอกจากนี้ ชายคู่กรณียังใช้มือดันประตูรถไม่ให้ตนขึ้นรถ และเมื่อหันไปเห็นลูกชายของตนกำลังถ่ายคลิปวิดีโออยู่ ก็ได้ชี้หน้าข่มขู่ ทำให้เด็กๆ ในรถซึ่งมีเด็กรวม 4 คน  พากันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอย่างหนัก

ภายหลังเกิดเหตุ ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ น.ส.สุดาวรรณ ได้ฝากข้อความทิ้งท้ายไปถึงครอบครัวของคู่กรณีว่า หากชายคนดังกล่าวมีอาการป่วย ควรพาไปรักษาให้ถูกต้อง ไม่ควรปล่อยให้มาขับรถบนท้องถนน เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ร่วมทางคนอื่นๆ ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง