ห้องข่าวภาคเที่ยง - บรรดาผู้ทำมาค้าขายโดยเฉพาะที่ต้องใช้การปิ้งย่าง พากันผวา กลัวถูกเรียกค่าปรับ และสงสัย ทำไมเกิดแต่ที่อำเภอปากเกร็ด ที่อื่นไม่ถูกลงโทษ
ไม่ใช่แค่เรื่องผู้ค้าไก่ปิ้งเท่านั้น ก่อนหน้านี้ ก็มีกรณีผู้ค้าต้มข้าวโพดขาย ในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เหมือนกัน ถูกเจ้าหน้าที่ปรับไป 90,000 บาท เนื่องจากถูกร้องเรียน ทั้งเรื่องควัน และสถานที่ประกอบการไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ค้าเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลมาตักเตือน ก็เลยเปลี่ยนมาใช้เตาแก๊สเพื่อลดควัน จากการเผาฟืน เผาถ่าน แล้ว แต่สุดท้ายก็โดนเรียกค่าปรับสูง ชนิดที่ว่าไม่รู้ต้องหาเงินมาเสียค่าปรับได้อย่างไร เพราะขายข้าวโพดต้ม กำไรไม่มาก
ทีมข่าว 7HD ไปตระเวนสอบถามความรู้สึกของพ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาหากิน ย่านอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ว่า เห็นข่าวดังกล่าวแล้วรู้สึกอย่างไร หลายคนยังไม่เข้าใจรายละเอียด คิดว่าถูกเรียกค่าปรับเพราะมาจากการสร้างควัน ซึ่งเป็นมลพิษ PM2.5 หลายคนต่อว่า ค่าปรับสูงเกินกว่าจะรับไหว ผู้ค้าส่วนใหญ่ก็มีกำไรต่อวันเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น
ถามความเห็นมุมมองทางด้านกฎหมายกับ 2 คน ให้มุมมองต่างกัน อย่าง ทนายเดชา แนะนำว่ากรณีที่เกิดขึ้น เทศบาลมีสิทธิเปรียบเทียบปรับตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ที่เข้าข่ายกระทำผิดควรรับสารภาพ แล้วยื่นคำร้องขอให้พิจารณาลดหย่อนค่าปรับพอให้ได้สัดส่วน เพราะเป็นการหาเลี้ยงปากท้อง
ส่วน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโสสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นต่างออกมาอีกหน่อย
มองว่าคดี พ.ร.บ.ความสะอาด และ พ.ร.บ.สาธารณสุข เป็นเรื่องการดำเนินการกับผู้กระทำผิดซึ่งหน้า การจะเปรียบเทียบปรับย้อนหลัง เป็นเรื่องที่ต้องใช้พยานหลักฐานเยอะ จึงแนะนำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา เลือกไปสู้คดีในชั้นศาลฯ จะดีกว่า