ห้องข่าวภาคเที่ยง - ต้องย้ำเตือนผู้สูงอายุที่มีเงินเก็บจำนวนมาก อาจตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินที่เก็บออมมาทั้งชีวิต ให้กับแก๊งสแกมเมอร์ เช่นกรณีนี้ ผู้เสียหายถูกหลอกเอาเงินไปแล้ว 2 ล้านบาท และเกือบจะเสียไปอีก 1 ล้านบาท แต่คนร้ายถูกตำรวจซ้อนแผนจับกุมตัวได้
คุณยายที่คุยโทรศัพท์รายนี้ ตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์ ตามที่เราเกริ่นไว้ข้างต้น เสียงคุยโทรศัพท์เมื่อสักครู่ เป็นแผนการของตำรวจ ที่ให้คุณยายนัดหมายกับแก๊งคอลเซนเตอร์ ให้มารับเงินจำนวน 1 ล้านบาท
เป็นเงินก้อนสุดท้าย จากการหลอกให้คุณยายขายพันธบัตรรัฐบาล หลังจากก่อนหน้านี้ ได้หลอกเอาเงินสดไปแล้ว 2 ล้านบาท คุณยายนัดให้คนร้ายมารับเงินที่บ้าน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เมื่อค่ำวานนี้ ตำรวเลยชาร์จเข้าจับกุม
ต้องย้ำชัด ๆ กับคุณผู้ชมกันก่อน ว่า คนที่ตำรวจชาร์จจับตัวอยู่นี้ เขาไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เป็นคนขับรถรับจ้างผ่านแอปฯ ที่ถูกคนร้ายเรียกใช้บริการมาจาก กทม. ให้มารับเงินจากคุณยายที่บ้าน
แต่ตอนนั้น ตำรวจก็ต้องควบคุมตัวเอาไว้ก่อน เพราะเห็นว่าขับรถมาที่บ้านคุณยาย ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
ส่วนคนร้ายตัวจริงพอลงจากรถแล้วเห็นตำรวจ ก็พยายามจะวิ่งหนี แต่หนีไม่รอด ถูกตามจับตัวมาได้ พบว่าเป็น เป็นชายชาวจีน ชื่อ นายฟ่าน จูหมิง อายุ 32 ปี ตำรวจต้องหาล่าม มาพูดคุยสอบปากคำ ก็อ้างว่าอยู่ร่วมแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่มีหน้าที่มารับเงินจากเหยื่อเท่านั้น ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบเค้น ตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ
ซึ่งก็แน่นอนว่ามีคนไทยอยู่ร่วมแก๊ง ทำหน้าที่เจรจาหลอกเหยื่อ เพราะถ้าได้ฟังจากการสนทนาพูดคุยกับคุณยายที่เป็นเหยื่อ สำเนียงของคนร้ายทั้งชายและหญิง พูดไทยได้ชัดเจน ก็ทำให้นึกถึงบรรดากลุ่มคนไทย ที่ถูกจับได้ตามแนวชายแดนขณะลักลอบเดินทางกลับจากกัมพูชา คนเหล่านี้ มักจะอ้างว่าตกเป็นเหยื่อถูกหลอกไปทำงาน แต่แท้จริงแล้ว ส่วนใหญ่ก็รู้ทั้งรู้ ว่าไปร่วมขบวนการหลอกลวงคนไทยด้วยกันเอง