ป้าลินจง ช่างภาพวัย 80 ปี แห่งสตูล ระลึกวันเข้าเฝ้า สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยน้ำตาและความภาคภูมิใจ

ป้าลินจง ช่างภาพวัย 80 ปี แห่งสตูล ระลึกวันเข้าเฝ้า สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยน้ำตาและความภาคภูมิใจ

View icon 107
วันที่ 25 ต.ค. 2568 | 15.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (25 ต.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่ว จ.สตูล เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังประชาชนทั่วประเทศได้รับข่าวการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 68 ผ่านมา ซึ่งสร้างความอาลัยอย่างสุดซึ้งให้กับพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ และถวายงานใกล้ชิดพระองค์

ขณะเดียวกันหนึ่งในนั้นคือ อาจารย์ลินจง โกยะวาทิน หรือ “ป้าลินจง” อายุ 80 ปี ช่างภาพหญิงแห่งเมืองสตูล เจ้าของห้องภาพนครศิลป์ ซึ่งปัจจุบันได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ห้องถ่ายภาพรูปของพ่อ ตั้งอยู่ที่ ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเก็บรวบรวมภาพถ่ายและอุปกรณ์ถ่ายภาพโบราณ อันเป็นมรดกจากคุณพ่อและพี่ชายของอาจารย์ลินจง ที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 100 ปี โดยภายในพิพิธภัณฑ์เต็มไปด้วยภาพถ่ายเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทั้งภาพบุคคลสำคัญในท้องถิ่น ภาพถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำและฟิล์มกระจก รวมถึงกล้องไม้รุ่นเก่าที่ใช้เพียงแสงอาทิตย์แทนไฟฟ้าในยุคอดีต ซึ่งอาจารย์ลินจงยังเก็บรักษาภาพถ่ายฝีมือตนเองกว่า 800 ภาพ ที่บันทึกเรื่องราวของผู้คนและเหตุการณ์สำคัญใน จ.สตูล ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

อาจารย์ลินจง เผยทั้งน้ำตาว่า ตลอดชีวิตในเส้นทางช่างภาพ ตนรู้สึกภาคภูมิใจที่สุดเมื่อได้มีโอกาสถวายงานถ่ายภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยือน จ.สตูล ถึง 4 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2502 ตอนนั้นตนมีอายุเพียง 13 ปี ได้ตามคุณพ่อและพี่ชายที่เป็นช่างภาพหลวงในพื้นที่เข้าเฝ้าฯ และถวายงานถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 พระองค์ทั้งสองเสด็จฯ มามอบธงลูกเสือชาวบ้าน ตนได้มีโอกาสถือกล้องถวายงานด้วยตนเองเป็นครั้งแรก และในปี พ.ศ. 2522 ซึ่งนับเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯเยือน จ.สตูล เพื่อประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ วัดดุลยาราม (วัดบ้านจีน) ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล จ.สตูล ครั้งนั้นเป็นช่วงเวลาที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจไม่เคยลืม เพราะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดพระองค์ท่าน สมเด็จพระพันปีหลวงประทับอยู่ไม่ไกล ตนได้นั่งอยู่ข้าง ๆ ถือกล้องถวายงาน ถ่ายพระรูปของพระองค์ ได้มองพระพักตร์ผ่านเลนส์กล้อง พระพักตร์ของพระองค์งดงาม ยิ้มของพระองค์อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยพระเมตตา และที่ทำให้ซาบซึ้งไม่รู้ลืม คือมีช่างภาพอีกท่านหนึ่งถ่ายภาพตนไว้ในขณะกำลังอยู่ใกล้เบื้องพระพักตร์ ภาพนั้นกลายเป็นภาพแห่งความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิต

อาจารย์ลินจง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออีกว่า ตั้งแต่เด็กคุณพ่อมักสอนเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เป็นเจ้าที่ดี รักประชาชน และทรงงานเพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน ตนจึงยึดมั่นในคำสอนนั้นมาตลอดชีวิต และเฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพที่สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงริเริ่ม เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชนทั่วประเทศ เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ ตนร้องไห้ทั้งคืน เหมือนสูญเสียแม่อีกครั้ง พระองค์คือร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทยทั้งชาติ ภาพของพระองค์จะอยู่ในใจของตนตลอดไป