ผัวเมียทำทีเป็นพลเมืองดี ฉวยโอกาสเก็บกระเป๋านักธุรกิจ ลักเงิน-กดบัตร รวมกว่า 40,000 บาท

ผัวเมียทำทีเป็นพลเมืองดี ฉวยโอกาสเก็บกระเป๋านักธุรกิจ ลักเงิน-กดบัตร รวมกว่า 40,000 บาท

View icon 72
วันที่ 3 เม.ย. 2569 | 17.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สามีภรรยา สวมบทพลเมืองดี เก็บกระเป๋านักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ได้ แอบลักเงินสด-นำบัตรเครดิตไปกดเงิน รวมกว่า 40,000 บาท แล้วทำทีแจ้งผู้เสียหายว่าพบกระเป๋า

วันนี้ (3 เม.ย. 69)  ร.ต.ท.ศุภวิชญ์ วรรณา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ ควบคุมตัวนายสง่า อายุ 69 ปี และนางนงลักษณ์ อายุ 62 ปี สามีภรรยา ผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ มาสอบปากคำ หลังตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุเก็บกระเป๋าของนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ ก่อนฉวยโอกาสลักเงินสด และนำบัตรเครดิตไปกดเงิน รวมมูลค่ากว่า 40,000 บาท

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 มิสเตอร์ยองอุก โช (Mr. Young Oock Cho) อายุ 42 ปี เจ้าของร้านอาหารเกาหลีย่านเอกมัย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าตนเดินทางมารับประทานอาหารกับเพื่อนในย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ก่อนจะเรียกแท็กซี่กลับที่พัก แต่เนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมา จึงเผลอทำกระเป๋าถือหล่นหายบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. โดยภายในมีเงินสดและทรัพย์สินมีค่ารวมประมาณ 150,000 บาท

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังรู้ตัวจึงย้อนกลับไปค้นหากระเป๋า แต่ไม่พบ กระทั่งไปพบนายสง่า ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณเต็นท์รถมือสองใกล้จุดเกิดเหตุ โดยนายสง่าอ้างว่าจำผู้เสียหายได้ และเล่าว่าผู้เสียหายมีอาการมึนเมาเดินเข้ามาในพื้นที่ก่อนถูกไล่ออกไป พร้อมยืนยันว่าไม่พบกระเป๋า อีกทั้งยังกล่าวในทำนองว่า “ถ้าหายก็คงหาได้ยาก” และแนะนำไม่ให้แจ้งความกับตำรวจ ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับผู้เสียหายในขณะนั้น ก่อนกลับจึงได้แลกเบอร์โทรศัพท์กันไว้ และนายสง่าบอกว่าจะช่วยติดตามหา

อย่างไรก็ตาม ในวันถัดมา (28 มีนาคม) นายสง่าได้โทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหาย แจ้งว่าพบกระเป๋าถูกนำไปทิ้งในถังขยะ ผู้เสียหายจึงเดินทางไปรับคืน และพบว่าทรัพย์สินและเอกสารสำคัญยังอยู่ครบ ยกเว้นเงินสดจำนวน 15,000 บาทที่หายไป โดยผู้เสียหายไม่ได้ติดใจ เนื่องจากได้เอกสารสำคัญคืน พร้อมมอบเงินตอบแทนน้ำใจให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนละ 1,000 บาท

แต่ภายหลังเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด กลับพบว่าบัตรเครดิตในกระเป๋าถูกนำไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม จำนวน 25,000 บาท จึงเข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและตู้เอทีเอ็ม จนสามารถระบุตัวผู้กดเงินได้อย่างชัดเจนว่าเป็นนายสง่าและนางนงลักษณ์ สามีภรรยาคู่เดิม สร้างความตกใจให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่คาดคิดว่าผู้ที่นำกระเป๋ามาคืนจะเป็นผู้ก่อเหตุเสียเอง

ภายหลังเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ พร้อมติดตามเงินสดคืนมาได้จำนวน 23,000 บาท โดยผู้เสียหายเปิดเผยว่าไม่ติดใจดำเนินคดี เนื่องจากเห็นใจในความชราของผู้ต้องหา และเชื่อว่าอาจเกิดจากปัญหาส่วนตัว

ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังยอมรับว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนร้ายสามารถกดเงินได้ เนื่องจากตนเก็บสลิปที่มีรหัสกดเงินสดจากธนาคารไว้ในกระเป๋า และยังไม่ได้เปลี่ยนรหัส

ด้านญาติของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ปกติทั้ง 2 คน เป็นคนมีนิสัยดี ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน แต่คาดว่าสาเหตุที่ลงมือกระทำผิด น่าจะมาจากภาระหนี้สินจำนวนมากของนางนงลักษณ์ จึงก่อเหตุด้วยความชั่ววูบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง